หลักสูตรพลศึกษา 2551

ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง

กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑


สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

กระทรวงศึกษาธิการ

๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๑

 

 

สารบัญ

 

 

หน้า

คำนำ

 

ทำไมต้องเรียนสุขศึกษาและพลศึกษา

เรียนรู้อะไรในสุขศึกษาและพลศึกษา

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้

คุณภาพผู้เรียน

ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง

สาระที่  ๑    การเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์

สาระที่  ๒   ชีวิตและครอบครัว

สาระที่  ๓    การเคลื่อนไหว การออกกำลังกาย การเล่นเกม  กีฬาไทยและกีฬาสากล

๑๔

สาระที่  ๔   การสร้างเสริมสุขภาพ  สมรรถภาพและการป้องกันโรค

๒๔

สาระที่  ๕   ความปลอดภัยในชีวิต

๓๐

อภิธานศัพท์

๓๕

คณะผู้จัดทำ

๔๔

 

 กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา

 ทำไมต้องเรียนสุขศึกษาและพลศึกษา

สุขภาพ  หรือ  สุขภาวะ  หมายถึง  ภาวะของมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางกาย   ทางจิต  ทางสังคม  และทางปัญญาหรือจิตวิญญาณ   สุขภาพหรือสุขภาวะจึงเป็นเรื่องสำคัญ  เพราะเกี่ยวโยงกับทุกมิติของชีวิต ซึ่งทุกคนควรจะได้เรียนรู้เรื่องสุขภาพ เพื่อจะได้มีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง  มีเจตคติ   คุณธรรมและค่านิยมที่เหมาะสม   รวมทั้งมีทักษะปฏิบัติด้านสุขภาพจนเป็นกิจนิสัย  อันจะส่งผลให้สังคมโดยรวมมีคุณภาพ

เรียนรู้อะไรในสุขศึกษาและพลศึกษา

สุขศึกษาและพลศึกษาเป็นการศึกษาด้านสุขภาพที่มีเป้าหมาย เพื่อการดำรงสุขภาพ การสร้างเสริมสุขภาพและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคล  ครอบครัว และชุมชนให้ยั่งยืน

สุขศึกษา   มุ่งเน้นให้ผู้เรียนพัฒนาพฤติกรรมด้านความรู้ เจตคติ  คุณธรรม  ค่านิยม  และ             การปฏิบัติเกี่ยวกับสุขภาพควบคู่ไปด้วยกัน

พลศึกษา   มุ่งเน้นให้ผู้เรียนใช้กิจกรรมการเคลื่อนไหว  การออกกำลังกาย  การเล่นเกมและกีฬา  เป็นเครื่องมือในการพัฒนาโดยรวมทั้งด้านร่างกาย  จิตใจ  อารมณ์   สังคม   สติปัญญา  รวมทั้งสมรรถภาพเพื่อสุขภาพและกีฬา

                สาระที่เป็นกรอบเนื้อหาหรือขอบข่ายองค์ความรู้ของกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษาประกอบด้วย

  • การเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์   ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เรื่องธรรมชาติของการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์  ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโต  ความสัมพันธ์เชื่อมโยงในการทำงานของระบบต่างๆของร่างกาย รวมถึงวิธีปฏิบัติตนเพื่อให้เจริญเติบโตและมีพัฒนาการที่สมวัย
  • ชีวิตและครอบครัว  ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เรื่องคุณค่าของตนเองและครอบครัว  การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ความรู้สึกทางเพศ  การสร้างและรักษาสัมพันธภาพกับผู้อื่น สุขปฏิบัติทางเพศ  และทักษะในการดำเนินชีวิต
  • การเคลื่อนไหว การออกกำลังกาย การเล่นเกม กีฬาไทย และกีฬาสากล ผู้เรียนได้เรียนรู้เรื่องการเคลื่อนไหวในรูปแบบต่าง ๆ   การเข้าร่วมกิจกรรมทางกายและกีฬา ทั้งประเภทบุคคล และประเภททีมอย่างหลากหลายทั้งไทยและสากล   การปฏิบัติตามกฎ  กติกา ระเบียบ และข้อตกลงในการเข้าร่วมกิจกรรมทางกาย   และกีฬา    และความมีน้ำใจนักกีฬา
  • การสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพ และการป้องกันโรค ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับหลักและวิธีการเลือกบริโภคอาหาร   ผลิตภัณฑ์และบริการสุขภาพ   การสร้างเสริมสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ  และการป้องกันโรคทั้งโรคติดต่อและโรคไม่ติดต่อ
  • ความปลอดภัยในชีวิต ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เรื่องการป้องกันตนเองจากพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ            ทั้งความเสี่ยงต่อสุขภาพ อุบัติเหตุ ความรุนแรง อันตรายจากการใช้ยาและสารเสพติด  รวมถึงแนวทางในการสร้างเสริมความปลอดภัยในชีวิต

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้

สาระที่  ๑      การเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์

มาตรฐาน พ ๑.๑        เข้าใจธรรมชาติของการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์

สาระที่  ๒      ชีวิตและครอบครัว

มาตรฐาน  พ ๒.๑      เข้าใจและเห็นคุณค่าตนเอง ครอบครัว  เพศศึกษา และมีทักษะในการดำเนินชีวิต

สาระที่  ๓  การเคลื่อนไหว การออกกำลังกาย การเล่นเกม  กีฬาไทย  และกีฬาสากล

มาตรฐาน  พ ๓.๑      เข้าใจ มีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย  การเล่นเกม  และกีฬา

มาตรฐาน  พ ๓.๒     รักการออกกำลังกาย การเล่นเกม  และการเล่นกีฬา  ปฏิบัติเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ  มีวินัย  เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้ำใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขัน   และชื่นชมในสุนทรียภาพของการกีฬา

สาระที่  ๔      การสร้างเสริมสุขภาพ  สมรรถภาพและการป้องกันโรค

มาตรฐาน พ ๔.๑        เห็นคุณค่าและมีทักษะในการสร้างเสริมสุขภาพ  การดำรงสุขภาพ การป้องกันโรคและการสร้างเสริมสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ

สาระที่  ๕      ความปลอดภัยในชีวิต

มาตรฐาน พ ๕.๑       ป้องกันและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ อุบัติเหตุ การใช้ยา     สารเสพติด และความรุนแรง

คุณภาพผู้เรียน

จบชั้นประถมศึกษาปีที่  ๓

  • มีความรู้  และเข้าใจในเรื่องการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์  ปัจจัยที่มีผลต่อ         การเจริญเติบโตและพัฒนาการ  วิธีการสร้างสัมพันธภาพในครอบครัวและกลุ่มเพื่อน
  • มีสุขนิสัยที่ดีในเรื่องการกิน  การพักผ่อนนอนหลับ  การรักษาความสะอาดอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย  การเล่นและการออกกำลังกาย
  • ป้องกันตนเองจากพฤติกรรมที่อาจนำไปสู่การใช้สารเสพติด  การล่วงละเมิดทางเพศและรู้จักปฏิเสธในเรื่องที่ไม่เหมาะสม
  • ควบคุมการเคลื่อนไหวของตนเองได้ตามพัฒนาการในแต่ละช่วงอายุ  มีทักษะ              การเคลื่อนไหวขั้นพื้นฐานและมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางกาย  กิจกรรมสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพ  และเกม  ได้อย่างสนุกสนาน  และปลอดภัย
  • มีทักษะในการเลือกบริโภคอาหาร  ของเล่น  ของใช้  ที่มีผลดีต่อสุขภาพ  หลีกเลี่ยงและป้องกันตนเองจากอุบัติเหตุได้
  • ปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องเหมาะสมเมื่อมีปัญหาทางอารมณ์  และปัญหาสุขภาพ
  • ปฏิบัติตนตามกฎ  ระเบียบข้อตกลง  คำแนะนำ  และขั้นตอนต่างๆ  และให้ความร่วมมือกับผู้อื่นด้วยความเต็มใจจนงานประสบความสำเร็จ
  • ปฏิบัติตามสิทธิของตนเองและเคารพสิทธิของผู้อื่นในการเล่นเป็นกลุ่ม

จบชั้นประถมศึกษาปีที่  ๖

  • เข้าใจความสัมพันธ์เชื่อมโยงในการทำงานของระบบต่าง ๆ  ของร่างกาย  และรู้จักดูแลอวัยวะที่สำคัญของระบบนั้น ๆ
  • เข้าใจธรรมชาติการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย  จิตใจ  อารมณ์และสังคม  แรงขับทางเพศของชายหญิง  เมื่อย่างเข้าสู่วัยแรกรุ่นและวัยรุ่น  สามารถปรับตัวและจัดการได้อย่างเหมาะสม
  • เข้าใจและเห็นคุณค่าของการมีชีวิตและครอบครัวที่อบอุ่น  และเป็นสุข
  • ภูมิใจและเห็นคุณค่าในเพศของตน  ปฏิบัติสุขอนามัยทางเพศได้ถูกต้องเหมาะสม
  • ป้องกันและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง  พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพและการเกิดโรค  อุบัติเหตุ  ความรุนแรง  สารเสพติดและการล่วงละเมิดทางเพศ
  • มีทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานและการควบคุมตนเองในการเคลื่อนไหวแบบผสมผสาน
  • รู้หลักการเคลื่อนไหวและสามารถเลือกเข้าร่วมกิจกรรมทางกาย  เกม  การละเล่นพื้นเมือง  กีฬาไทย  กีฬาสากลได้อย่างปลอดภัยและสนุกสนาน  มีน้ำใจนักกีฬา  โดยปฏิบัติตามกฎ  กติกา  สิทธิ  และหน้าที่ของตนเอง  จนงานสำเร็จลุล่วง
  • วางแผนและปฏิบัติกิจกรรมทางกาย  กิจกรรมสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพได้ตามความเหมาะสมและความต้องการเป็นประจำ
  • จัดการกับอารมณ์  ความเครียด  และปัญหาสุขภาพได้อย่างเหมาะสม
  • มีทักษะในการแสวงหาความรู้  ข้อมูลข่าวสารเพื่อใช้สร้างเสริมสุขภาพ

จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่  ๓

  • เข้าใจและเห็นความสำคัญของปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่มีต่อสุขภาพและชีวิตในช่วงวัยต่าง ๆ
  • เข้าใจ  ยอมรับ  และสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย  จิตใจ  อารมณ์  ความรู้สึกทางเพศ  ความเสมอภาคทางเพศ  สร้างและรักษาสัมพันธภาพกับผู้อื่น  และตัดสินใจแก้ปัญหาชีวิตด้วยวิธีการที่เหมาะสม
  • เลือกกินอาหารที่เหมาะสม  ได้สัดส่วน ส่งผลดีต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการตามวัย
  • มีทักษะในการประเมินอิทธิพลของเพศ  เพื่อน  ครอบครัว  ชุมชนและวัฒนธรรมที่มีต่อเจตคติ  ค่านิยมเกี่ยวกับสุขภาพและชีวิต  และสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม
  • ป้องกันและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง  พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพและการเกิดโรค  อุบัติเหตุ  การใช้ยา  สารเสพติด  และความรุนแรง  รู้จักสร้างเสริมความปลอดภัยให้แก่ตนเอง  ครอบครัว  และชุมชน
  • เข้าร่วมกิจกรรมทางกาย  กิจกรรมกีฬา  กิจกรรมนันทนาการ  กิจกรรมสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพ  โดยนำหลักการของทักษะกลไกมาใช้ได้อย่างปลอดภัย  สนุกสนาน  และปฏิบัติเป็นประจำสม่ำเสมอตามความถนัดและความสนใจ
  • แสดงความตระหนักในความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมสุขภาพ  การป้องกันโรค  การดำรงสุขภาพ  การจัดการกับอารมณ์และความเครียด  การออกกำลังกายและการเล่นกีฬากับการมีวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดี
  • สำนึกในคุณค่า  ศักยภาพและความเป็นตัวของตัวเอง
  • ปฏิบัติตามกฎ  กติกา  หน้าที่ความรับผิดชอบ  เคารพสิทธิของตนเองและผู้อื่น   ให้ความร่วมมือในการแข่งขันกีฬาและการทำงานเป็นทีมอย่างเป็นระบบ  ด้วยความมุ่งมั่นและมีน้ำใจนักกีฬา จนประสบความสำเร็จตามเป้าหมายด้วยความชื่นชม และสนุกสนาน

จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่  ๖

  • สามารถดูแลสุขภาพ  สร้างเสริมสุขภาพ  ป้องกันโรค  หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง  และพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ  อุบัติเหตุ  การใช้ยา  สารเสพติด  และความรุนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการวางแผนอย่างเป็นระบบ
  • แสดงออกถึงความรัก  ความเอื้ออาทร  ความเข้าใจในอิทธิพลของครอบครัว  เพื่อน  สังคม  และวัฒนธรรมที่มีต่อพฤติกรรมทางเพศ  การดำเนินชีวิต  และวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดี
  • ออกกำลังกาย  เล่นกีฬา  เข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการ  กิจกรรมสร้างเสริมสมรรถภาพ         เพื่อสุขภาพโดยนำหลักการของทักษะกลไกมาใช้ได้อย่างถูกต้อง  สม่ำเสมอด้วยความชื่นชมและสนุกสนาน
  • แสดงความรับผิดชอบ  ให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามกฎ  กติกา  สิทธิ  หลักความปลอดภัยในการเข้าร่วมกิจกรรมทางกาย  และเล่นกีฬาจนประสบความสำเร็จตามเป้าหมายของตนเองและทีม
  • แสดงออกถึงการมีมารยาทในการดู  การเล่น  และการแข่งขัน  ด้วยความมีน้ำใจนักกีฬาและนำไปปฏิบัติในทุกโอกาสจนเป็นบุคลิกภาพที่ดี
  • วิเคราะห์และประเมินสุขภาพส่วนบุคคลเพื่อกำหนดกลวิธีลดความเสี่ยง  สร้างเสริมสุขภาพ  ดำรงสุขภาพ  การป้องกันโรค  และการจัดการกับอารมณ์และความเครียดได้ถูกต้องและเหมาะสม
  • ใช้กระบวนการทางประชาสังคม  สร้างเสริมให้ชุมชนเข้มแข็งปลอดภัย  และมีวิถีชีวิตที่ดี

ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง

สาระที่  ๑      การเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์

มาตรฐาน พ ๑.๑  เข้าใจธรรมชาติของการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์

ชั้น

ตัวชี้วัด

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ป.๑

๑.        อธิบายลักษณะและหน้าที่      ของอวัยวะภายนอก Ÿ ลักษณะและหน้าที่ของอวัยวะภายนอกที่มีการเจริญเติบโตและพัฒนาการไปตามวัย

-  ตา หู  คอ  จมูก  ผม มือ  เท้า  เล็บ  ผิวหนัง  ฯลฯ

-  อวัยวะในช่องปาก (ปาก ลิ้น  ฟัน เหงือก)

๒.       อธิบายวิธีดูแลรักษาอวัยวะภายนอกŸ การดูแลรักษาอวัยวะภายนอก

-  ตา หู คอ จมูก  ปาก ลิ้น  ฟัน  ผม  มือ  เท้า เล็บ  ผิวหนัง ฯลฯ

- อวัยวะในช่องปาก  (ปาก  ลิ้น ฟัน  เหงือก)

ป. ๒

๑.        อธิบายลักษณะ  และหน้าที่ของอวัยวะภายในŸ ลักษณะ และหน้าที่ของอวัยวะภายในที่มีการเจริญเติบโตและพัฒนาการไปตามวัย (สมอง  หัวใจ ตับ  ไต  ปอด  กระเพาะอาหาร  ลำไส้ ฯลฯ)

๒.       อธิบายวิธีดูแลรักษาอวัยวะภายในŸ การดูแลรักษาอวัยวะภายใน

-  การระมัดระวังการกระแทก

-  การออกกำลังกาย

-  การกินอาหาร

๓.       อธิบายธรรมชาติของชีวิตมนุษย์Ÿ ธรรมชาติของชีวิตมนุษย์ตั้งแต่เกิดจนตาย

ป.๓

๑.    อธิบายลักษณะและการเจริญเติบโตของร่างกายมนุษย์Ÿ ลักษณะการเจริญเติบโตของร่างกายมนุษย์      ที่มีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

-  ลักษณะรูปร่าง

-  น้ำหนัก

-  ส่วนสูง

๒.  เปรียบเทียบการเจริญเติบโตของตนเองกับเกณฑ์มาตรฐานŸ เกณฑ์มาตรฐานการเจริญเติบโต ของเด็กไทย

๓.   ระบุปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตŸ ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโต

-  อาหาร

-  การออกกำลังกาย

-  การพักผ่อน

ป. ๔

๑.        อธิบายการเจริญเติบโตและพัฒนาการของร่างกายและจิตใจ     ตามวัยŸ  การเจริญเติบโตและพัฒนาการของร่างกายและจิตใจ ตามวัย (ในช่วงอายุ ๙ – ๑๒ ปี)

๒.       อธิบายความสำคัญของกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อที่มีผลต่อสุขภาพ  การเจริญเติบโตและพัฒนาการŸ  ความสำคัญของกล้ามเนื้อ  กระดูกและข้อ  ที่มีผลต่อสุขภาพ การเจริญเติบโตและพัฒนาการ

๓.       อธิบายวิธีดูแลกล้ามเนื้อ  กระดูก  และข้อ  ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพŸ  วิธีดูแลรักษากล้ามเนื้อ  กระดูกและข้อให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ป. ๕

๑.  อธิบายความสำคัญของระบบย่อยอาหาร และระบบขับถ่ายที่มีผลต่อสุขภาพ  การเจริญเติบโต  และพัฒนาการŸ  ความสำคัญของระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายที่มีผลต่อสุขภาพ  การเจริญเติบโต และพัฒนาการ

๒.  อธิบายวิธีดูแลระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายให้ทำงานตามปกติŸ   วิธีดูแลรักษาระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายให้ทำงานตามปกติ

ป.๖

๑.        อธิบายความสำคัญของระบบสืบพันธุ์  ระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจ  ที่มีผลต่อสุขภาพ  การเจริญเติบโตและพัฒนาการŸ  ความสำคัญของระบบสืบพันธุ์ ระบบไหลเวียนโลหิต  และระบบหายใจที่มีผลต่อสุขภาพ   การเจริญเติบโตและพัฒนาการ

๒.       อธิบายวิธีการดูแลรักษาระบบสืบพันธุ์  ระบบไหลเวียนโลหิต    และระบบหายใจให้ทำงานตามปกติŸ  วิธีดูแลรักษาระบบสืบพันธุ์   ระบบไหลเวียนโลหิต และระบบหายใจให้ทำงานตามปกติ

ม.๑

๑.        อธิบายความสำคัญของระบบประสาท  และระบบต่อมไร้ท่อที่มีผลต่อสุขภาพ  การเจริญเติบโต  และพัฒนาการของวัยรุ่นŸ  ความสำคัญของระบบประสาท   และระบบต่อมไร้ท่อที่มีผลต่อสุขภาพ  การเจริญเติบโต  และพัฒนาการของวัยรุ่น

๒.       อธิบายวิธีดูแลรักษาระบบประสาท  และระบบต่อมไร้ท่อให้ทำงานตามปกติŸ  วิธีดูแลรักษาระบบประสาท    และระบบต่อมไร้ท่อ ให้ทำงานตามปกติ

๓.  วิเคราะห์ภาวะการเจริญเติบโตทางร่างกายของตนเองกับเกณฑ์มาตรฐานŸ  การวิเคราะห์ภาวะการเจริญเติบโต

ตามเกณฑ์มาตรฐานและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง

๔.   แสวงหาแนวทางในการพัฒนาตนเองให้เจริญเติบโตสมวัย

Ÿ  แนวทางในการพัฒนาตนเองให้เจริญเติบโตสมวัย

ม. ๒

๑.  อธิบายการเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย  จิตใจ  อารมณ์  สังคม และสติปัญญาในวัยรุ่นŸ  การเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย จิตใจ  อารมณ์ สังคม และสติปัญญาในวัยรุ่น

๒. ระบุปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโต และพัฒนาการด้านร่างกาย จิตใจ  อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ในวัยรุ่นŸ  ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการด้านร่างกาย  จิตใจ  อารมณ์ สังคม  และสติปัญญา

- พันธุกรรม

-  สิ่งแวดล้อม

-  การอบรมเลี้ยงดู

ม. ๓

๑.        เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย  จิตใจ  อารมณ์  สังคม  และสติปัญญา  แต่ละช่วง   ของชีวิตŸ  การเปลี่ยนแปลง ด้านร่างกาย  จิตใจ  อารมณ์ สังคม  และสติปัญญาในแต่ละวัย

-  วัยทารก

-  วัยก่อนเรียน

-  วัยเรียน

-  วัยรุ่น

-  วัยผู้ใหญ่

-  วัยสูงอายุ

๒.       วิเคราะห์อิทธิพลและความคาดหวังของสังคมต่อการเปลี่ยนแปลงของวัยรุ่นŸ  อิทธิพลและความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงของวัยรุ่น

๓.       วิเคราะห์ สื่อ  โฆษณา  ที่มีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของวัยรุ่นŸ  สื่อ โฆษณา  ที่มีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของวัยรุ่น

-  โทรทัศน์              -  วิทยุ

-  สื่อสิ่งพิมพ์           -  อินเทอร์เน็ต

ม.๔–ม.๖

๑.        อธิบายกระบวนการสร้างเสริมและดำรงประสิทธิภาพการทำงาน ของระบบอวัยวะต่าง ๆŸ  กระบวนการสร้างเสริมและดำรงประสิทธิภาพการทำงานของระบบอวัยวะ

ต่าง ๆ

-  การทำงานของระบบอวัยวะต่างๆ

-  การสร้างเสริมและดำรงประสิทธิภาพของอวัยวะต่างๆ  (อาหาร  การออกกำลังกาย  นันทนาการ  การตรวจสุขภาพ ฯลฯ)

๒.       วางแผนดูแลสุขภาพตามภาวะการเจริญเติบโตและพัฒนาการของตนเองและบุคคลในครอบครัวŸ  การวางแผนดูแลสุขภาพของตนเองและบุคคลในครอบครัว

 สาระที่  ๒     ชีวิตและครอบครัว

มาตรฐาน พ ๒.๑  เข้าใจและเห็นคุณค่าตนเอง  ครอบครัว  เพศศึกษา  และมีทักษะในการดำเนินชีวิต

ชั้น

ตัวชี้วัด

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ป. ๑

๑.        ระบุสมาชิกในครอบครัวและความรักความผูกพันของสมาชิกที่มีต่อกัน Ÿ   สมาชิกในครอบครัว

Ÿ   ความรักความผูกพันของสมาชิกในครอบครัว

๒.       บอกสิ่งที่ชื่นชอบ และภาคภูมิใจในตนเองŸ  สิ่งที่ชื่นชอบและความภาคภูมิใจ

ในตนเอง (จุดเด่น จุดด้อยของตนเอง)

๓.       บอกลักษณะความแตกต่างระหว่างเพศชาย และเพศหญิงŸ  ลักษณะความแตกต่างของเพศชาย  เพศหญิง

-  ร่างกาย

-  อารมณ์

-  ลักษณะนิสัย

ป. ๒

๑.        ระบุบทบาทหน้าที่ของตนเอง และสมาชิกในครอบครัวŸ  บทบาทหน้าที่ของสมาชิกในครอบครัว

-  ตนเอง

-  พ่อ แม่

-  พี่น้อง

-  ญาติ

๒.       บอกความสำคัญของเพื่อนŸ  ความสำคัญของเพื่อน (เช่น พูดคุย ปรึกษา  เล่น ฯลฯ)

๓.       ระบุพฤติกรรมที่เหมาะสมกับเพศŸ  พฤติกรรมที่เหมาะสมกับเพศ

-  ความเป็นสุภาพบุรุษ

-  ความเป็นสุภาพสตรี

๔.       อธิบายความภาคภูมิใจในความเป็นเพศหญิง หรือเพศชายŸ  ความภาคภูมิใจในเพศหญิง  หรือเพศชาย

ป. ๓

๑.        อธิบายความสำคัญ  และความแตกต่างของครอบครัวที่มีต่อตนเองŸ  ความสำคัญของครอบครัว  ความแตกต่างของแต่ละครอบครัว

-  เศรษฐกิจ

-  สังคม

-  การศึกษา

๒.       อธิบายวิธีสร้างสัมพันธภาพในครอบครัวและกลุ่มเพื่อนŸ  วิธีการสร้างสัมพันธภาพในครอบครัวและกลุ่มเพื่อน

๓.       บอกวิธีหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่นำไปสู่การล่วงละเมิดทางเพศŸ  พฤติกรรมที่นำไปสู่การล่วงละเมิดทางเพศ (การแต่งกาย  การเที่ยวกลางคืน  การคบเพื่อน  การเสพสารเสพติด ฯลฯ)

Ÿ    วิธีหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่นำไปสู่การล่วงละเมิดทางเพศ (ทักษะปฏิเสธและอื่น ๆ )

ป. ๔

๑.        อธิบายคุณลักษณะของความเป็นเพื่อนและสมาชิกที่ดีของครอบครัวŸ  คุณลักษณะของความเป็นเพื่อนและสมาชิกที่ดีของครอบครัว

๒.       แสดงพฤติกรรมที่เหมาะสมกับเพศของตนตามวัฒนธรรมไทยŸ  พฤติกรรมที่เหมาะสมกับเพศของตนตามวัฒนธรรมไทย

 ๓.       ยกตัวอย่างวิธีการปฏิเสธการกระทำที่เป็นอันตรายและไม่เหมาะสมในเรื่องเพศŸ  วิธีการปฏิเสธการกระทำที่เป็นอันตรายและไม่เหมาะสมในเรื่องเพศ

ป. ๕

๑.        อธิบายการเปลี่ยนแปลงทางเพศ  และปฏิบัติตนได้เหมาะสมŸ   การเปลี่ยนแปลงทางเพศ  การดูแลตนเองŸ   การวางตัวที่เหมาะสมกับเพศตามวัฒนธรรมไทย
๒.       อธิบายความสำคัญของการมีครอบครัวที่อบอุ่นตามวัฒนธรรมไทยŸ  ลักษณะของครอบครัวที่อบอุ่นตามวัฒนธรรมไทย (ครอบครัวขยาย  การนับถือญาติ)

๓.       ระบุพฤติกรรมที่พึงประสงค์ และไม่พึงประสงค์ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในครอบครัวและกลุ่มเพื่อนŸ  พฤติกรรมที่พึงประสงค์และไม่พึงประสงค์

ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในครอบครัว

ป. ๖

๑.        อธิบายความสำคัญของการสร้างและรักษาสัมพันธภาพกับผู้อื่นŸ    ความสำคัญของการสร้างและรักษาสัมพันธภาพกับผู้อื่น

Ÿ    ปัจจัยที่ช่วยให้การทำงานกลุ่มประสบความสำเร็จ

-  ความสามารถส่วนบุคคล

-  บทบาทหน้าที่ของสมาชิกในกลุ่ม

-  การยอมรับความคิดเห็น  และความแตกต่างระหว่างบุคคล

-  ความรับผิดชอบ

๒.       วิเคราะห์พฤติกรรมเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์ การติดเชื้อเอดส์  และการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรŸ  พฤติกรรมเสี่ยงที่นำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์  การติดเชื้อเอดส์  และการตั้งครรภ์ก่อนวัย

อันควร

ม. ๑

๑.        อธิบายวิธีการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายจิตใจ อารมณ์  และพัฒนาการทางเพศอย่างเหมาะสมŸ  การเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย  จิตใจ  อารมณ์  และพัฒนาการทางเพศ

-  ลักษณะการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย  จิตใจ อารมณ์  และพัฒนาการทางเพศ

-  การยอมรับและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย  จิตใจ อารมณ์  และพัฒนาการทางเพศ

-  การเบี่ยงเบนทางเพศ

๒.       แสดงทักษะการปฏิเสธเพื่อป้องกันตนเองจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศŸ  ทักษะปฏิเสธเพื่อป้องกันการถูกล่วงละเมิดทางเพศ

ม. ๒

๑.        วิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อ เจตคติในเรื่องเพศŸ  ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อเจตคติในเรื่องเพศ

-  ครอบครัว              -  วัฒนธรรม

- เพื่อน                      -  สื่อ

 ๒.       วิเคราะห์ปัญหาและผลกระทบที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนŸ  ปัญหาและผลกระทบที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน

 ๓.       อธิบายวิธีป้องกันตนเองและหลีกเลี่ยงจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์  เอดส์  และการตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์

Ÿ    โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

Ÿ    โรคเอดส์

Ÿ    การตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์

 ๔.       อธิบายความสำคัญของความเสมอภาคทางเพศ และวางตัวได้อย่างเหมาะสมŸ    ความสำคัญของความเสมอภาคทางเพศ

Ÿ    การวางตัวต่อเพศตรงข้าม

Ÿ    ปัญหาทางเพศ

Ÿ    แนวทางการแก้ไขปัญหาทางเพศ

ม.๓

๑.        อธิบายอนามัยแม่และเด็ก       การวางแผนครอบครัว และวิธีการปฏิบัติตนที่เหมาะสมŸ  องค์ประกอบของอนามัยเจริญพันธุ์

-  อนามัยแม่และเด็ก

-  การวางแผนครอบครัว

 ๒.       วิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการตั้งครรภ์Ÿ  ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการตั้งครรภ์

-  แอลกอฮอล์

-  สารเสพติด

-  บุหรี่

-  สภาพแวดล้อม

-  การติดเชื้อ

-  โรคที่เกิดจากภาวะการตั้งครรภ์

 ๓.       วิเคราะห์สาเหตุ  และเสนอแนวทางป้องกัน แก้ไขความขัดแย้งในครอบครัวŸ    สาเหตุความขัดแย้งในครอบครัว

Ÿ    แนวทางป้องกัน  แก้ไขความขัดแย้งในครอบครัว

ม.๔–ม.๖

๑.        วิเคราะห์อิทธิพลของครอบครัว  เพื่อน สังคม และวัฒนธรรมที่มีผลต่อพฤติกรรมทางเพศและการดำเนินชีวิตŸ  อิทธิพลของครอบครัว  เพื่อน สังคม และวัฒนธรรมที่มีต่อพฤติกรรมทางเพศ และการดำเนินชีวิต

๒.       วิเคราะห์ค่านิยมในเรื่องเพศ  ตามวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรม อื่น ๆŸ    ค่านิยมในเรื่องเพศตามวัฒนธรรมไทย และวัฒนธรรมอื่น ๆ

 ๓.       เลือกใช้ทักษะที่เหมาะสมในการป้องกัน  ลดความขัดแย้งและแก้ปัญหาเรื่องเพศและครอบครัวŸ  แนวทางในการเลือกใช้ทักษะต่าง ๆ  ในการป้องกัน ลดความขัดแย้ง และแก้ปัญหาเรื่องเพศ  และครอบครัว

-  ทักษะการสื่อสารและสร้างสัมพันธภาพ

-  ทักษะการต่อรอง

-  ทักษะการปฏิเสธ

-  ทักษะการคิดวิเคราะห์

-  ทักษะการตัดสินใจ  และแก้ไขปัญหา

ฯลฯ

 ๔.       วิเคราะห์สาเหตุและผลของความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นระหว่างนักเรียน  หรือเยาวชนในชุมชน  และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาŸ  ความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นระหว่างนักเรียนหรือเยาวชนในชุมชน

-  สาเหตุของความขัดแย้ง

-  ผลกระทบที่เกิดจากความขัดแย้งระหว่างนักเรียน หรือเยาวชนในชุมชน

-  แนวทางในการแก้ปัญหาที่อาจเกิดจากความขัดแย้งของนักเรียนหรือเยาวชนในชุมชน

สาระที่ ๓     การเคลื่อนไหว  การออกกำลังกาย  การเล่นเกม  กีฬาไทย  และกีฬาสากล

มาตรฐาน พ ๓.๑   เข้าใจ  มีทักษะในการเคลื่อนไหว  กิจกรรมทางกาย  การเล่นเกม  และกีฬา

ชั้น

ตัวชี้วัด

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ป.๑

๑.        เคลื่อนไหวร่างกายขณะอยู่กับที่  เคลื่อนที่และใช้อุปกรณ์ประกอบ Ÿ  ธรรมชาติของการเคลื่อนไหวร่างกายในชีวิตประจำวัน

-  แบบอยู่กับที่  เช่น นั่ง  ยืน  ก้มเงย  เอียง  ซ้าย ขวา  เคลื่อนไหวข้อมือ  ข้อเท้า  แขน  ขา

-  แบบเคลื่อนที่ เช่น เดิน  วิ่ง  กระโดด  กลิ้งตัว

-  แบบใช้อุปกรณ์ประกอบ เช่น จับ โยน  เตะ  เคาะ

 ๒.       เล่นเกมเบ็ดเตล็ดและเข้าร่วมกิจกรรมทางกายที่ใช้การเคลื่อนไหวตามธรรมชาติŸ  กิจกรรมทางกายที่ใช้ในการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติ

-  การเล่นเกมเบ็ดเตล็ด

ป. ๒

๑.        ควบคุมการเคลื่อนไหวร่างกาย  ขณะอยู่กับที่  เคลื่อนที่ และใช้อุปกรณ์ประกอบŸ    ลักษณะและวิธีการของการเคลื่อนไหวร่างกาย   แบบอยู่กับที่  เช่น  กระโดด  บิดตัว  ดึง  ผลัก  แบบเคลื่อนที่  เช่น  กระโดดเขย่ง  ก้าวชิดก้าว  วิ่งตามทิศทางที่กำหนด  และแบบใช้อุปกรณ์ประกอบ เช่น คีบ  ขว้าง  ตี

๒.       เล่มเกมเบ็ดเตล็ดและเข้าร่วมกิจกรรมทางกายที่วิธีเล่น อาศัยการเคลื่อนไหวเบื้องต้นทั้งแบบอยู่กับที่  เคลื่อนที่และใช้อุปกรณ์ประกอบŸ  การเล่นเกมเบ็ดเตล็ด  และเข้าร่วมกิจกรรมทางกายที่วิธีเล่นอาศัยการเคลื่อนไหวเบื้องต้นทั้งแบบอยู่กับที่  เคลื่อนที่  และใช้อุปกรณ์ประกอบ

ป. ๓

๑.        ควบคุมการเคลื่อนไหวร่างกาย  ขณะอยู่กับที่  เคลื่อนที่และใช้อุปกรณ์ประกอบอย่างมีทิศทางŸ    การเคลื่อนไหวร่างกายแบบอยู่กับที่

เช่น  ย่อยืด  เขย่ง  พับตัว  เคลื่อนไหวลำตัว  การเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่ เช่น เดินต่อเท้า เดินถอย-หลัง  กระโจน  และแบบใช้อุปกรณ์ประกอบโดยมีการบังคับทิศทาง  เช่น  ดีด  ขว้าง  โยน     และรับ

Ÿ    วิธีการควบคุมการเคลื่อนไหวร่างกายแบบต่างๆ  อย่างมีทิศทาง

 ๒.       เคลื่อนไหวร่างกายที่ใช้ทักษะการเคลื่อนไหวแบบบังคับทิศทาง     ในการเล่นเกมเบ็ดเตล็ด

Ÿ    กิจกรรมทางกายที่ใช้ทักษะการเคลื่อนไหวแบบบังคับทิศทาง ในการเล่นเกมเบ็ดเตล็ด

ป. ๔

๑.        ควบคุมตนเองเมื่อใช้ทักษะ           การเคลื่อนไหวในลักษณะผสมผสานได้ทั้งแบบอยู่กับที่  เคลื่อนที่  และใช้อุปกรณ์ประกอบŸ    การเคลื่อนไหวร่างกายแบบผสมผสานทั้งแบบอยู่กับที่ เช่น กระโดดหมุนตัว  กระโดด-เหยียดตัว   แบบเคลื่อนที่ เช่น  ซิกแซ็ก วิ่งเปลี่ยนทิศทาง  ควบม้า  และแบบใช้อุปกรณ์ประกอบ  เช่น  บอล  เชือก

 ๒.       ฝึกกายบริหารท่ามือเปล่าประกอบจังหวะŸ    กายบริหารท่ามือเปล่าประกอบจังหวะ

๓.       เล่นเกมเลียนแบบและกิจกรรมแบบผลัดŸ   เกมเลียนแบบและกิจกรรมแบบผลัด

 ๔.    เล่นกีฬาพื้นฐานได้อย่างน้อย            ๑ ชนิดŸ    กีฬาพื้นฐาน เช่น แชร์บอล  แฮนด์บอล            ห่วงข้ามตาข่าย

ป. ๕

๑.        จัดรูปแบบการเคลื่อนไหว          แบบผสมผสาน และควบคุมตนเองเมื่อใช้ทักษะการเคลื่อนไหว           ตามแบบที่กำหนด

Ÿ    การจัดรูปแบบการเคลื่อนไหวร่างกาย แบบผสมผสาน  และการปฏิบัติกิจกรรมทางกายทั้งแบบอยู่กับที่  เคลื่อนที่  และใช้อุปกรณ์ประกอบตามแบบที่กำหนด  เช่น การฝึกกายบริหาร  ยืดหยุ่นขั้นพื้นฐาน  เป็นต้น

 ๒.       เล่มเกมนำไปสู่กีฬาที่เลือกและกิจกรรมการเคลื่อนไหวแบบผลัดŸ    เกมนำไปสู่กีฬาและกิจกรรมแบบผลัดที่มีการตี  เขี่ย   รับ – ส่งสิ่งของ  ขว้าง  และวิ่ง

 ๓.        ควบคุมการเคลื่อนไหวในเรื่องการรับแรง การใช้แรงและความสมดุลŸ  การเคลื่อนไหวในเรื่องการรับแรง  การใช้แรงและความสมดุล

 ๔.       แสดงทักษะกลไกในการปฏิบัติกิจกรรมทางกายและเล่นกีฬาŸ   ทักษะกลไกที่ส่งผลต่อการปฏิบัติกิจกรรมทางกายและเล่นกีฬา

 ๕.       เล่นกีฬาไทย และกีฬาสากลประเภทบุคคลและประเภททีมได้อย่างละ ๑ ชนิด

Ÿ   การเล่นกีฬาไทย  เช่น  ตะกร้อวง     วิ่งชักธง  และกีฬาสากล เช่น กรีฑาประเภทลู่ แบดมินตัน  เปตอง  ฟุตบอล  เทเบิลเทนนิส  ว่ายน้ำ

๖.        อธิบายหลักการ  และเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการ  อย่างน้อย           ๑ กิจกรรม

Ÿ  หลักการและกิจกรรมนันทนาการ

ป. ๖

๑.        แสดงทักษะการเคลื่อนไหวร่วมกับผู้อื่นในลักษณะแบบผลัดและแบบผสมผสานได้ตามลำดับทั้งแบบอยู่กับที่  เคลื่อนที่  และใช้อุปกรณ์ประกอบ  และการเคลื่อนไหวประกอบเพลงŸ   การเคลื่อนไหวร่วมกับผู้อื่นแบบผลัดในลักษณะผสมผสาน ในการร่วมกิจกรรมทางกาย เช่น  กิจกรรมแบบผลัด  กายบริหารประกอบเพลง  ยืดหยุ่นขั้นพื้นฐานที่ใช้ท่าต่อเนื่อง  และการต่อตัวท่าง่าย ๆ

 ๒.       จำแนกหลักการเคลื่อนไหวในเรื่องการรับแรง  การใช้แรง  และความสมดุลในการเคลื่อนไหวร่างกายในการเล่นเกม  เล่นกีฬา  และนำผลมาปรับปรุง  เพิ่มพูนวิธีปฏิบัติของตนและผู้อื่นŸ    การเคลื่อนไหวในเรื่องการรับแรง  การใช้แรง  และความสมดุลกับการพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหว   ในการเล่นเกมและกีฬา

 ๓.       เล่นกีฬาไทย  กีฬาสากลประเภทบุคคลและประเภททีมได้อย่างละ ๑ ชนิด

Ÿ    การเล่นกีฬาไทย  กีฬาสากล  ประเภทบุคคลและประเภททีม  เช่น กรีฑาประเภทลู่  และลาน        เปตอง  ว่ายน้ำ  เทเบิลเทนนิส  วอลเลย์บอล  ฟุตบอล  ตะกร้อวง

๔.       ใช้ทักษะกลไก  เพื่อปรับปรุงเพิ่มพูนความสามารถของตนและผู้อื่นในการเล่นกีฬาŸ    การใช้ข้อมูลด้านทักษะกลไกเพื่อปรับปรุงและเพิ่มพูนความสามารถในการปฏิบัติกิจกรรมทางกาย และเล่นกีฬา

 ๕.  ร่วมกิจกรรมนันทนาการอย่างน้อย ๑ กิจกรรม แล้วนำความรู้และหลักการที่ได้ไปใช้เป็นฐานการศึกษาหาความรู้เรื่องอื่น ๆŸ    การนำความรู้และหลักการของกิจกรรมนันทนาการไปใช้เป็นฐานการศึกษาหาความรู้

ม. ๑

๑.        เพิ่มพูนความสามารถของตน  ตามหลักการเคลื่อนไหวที่ใช้ทักษะกลไกและทักษะพื้นฐานที่นำไปสู่การพัฒนาทักษะการเล่นกีฬาŸ    หลักการเพิ่มพูนความสามารถในการเคลื่อนไหวที่ใช้ทักษะกลไกและทักษะพื้นฐานที่นำไปสู่การพัฒนาทักษะการเล่นกีฬา

 ๒.       เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลประเภทบุคคลและทีมโดยใช้ทักษะพื้นฐานตามชนิดกีฬา  อย่างละ ๑ ชนิดŸ    การเล่นกีฬาไทย  และกีฬาสากลที่เลือก เช่น  กรีฑาประเภทลู่และลาน  บาสเกตบอล  กระบี่    เทเบิลเทนนิส  เทนนิส  ว่ายน้ำ

 ๓.       ร่วมกิจกรรมนันทนาการอย่างน้อย ๑ กิจกรรมและนำหลักความรู้ที่ได้ไปเชื่อมโยงสัมพันธ์กับวิชาอื่นŸ    การนำความรู้และหลักการของกิจกรรมนันทนาการไปใช้เชื่อมโยงสัมพันธ์กับวิชาอื่น

ม. ๒

๑.        นำผลการปฏิบัติตนเกี่ยวกับทักษะกลไกและทักษะการเคลื่อนไหวในการเล่นกีฬาจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลายมาสรุปเป็นวิธีที่เหมาะสมในบริบทของตนเองŸ  การนำผลการปฏิบัติตนเกี่ยวกับทักษะกลไกและทักษะการเคลื่อนไหวในการเล่นกีฬาจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลายมาสรุปเป็นวิธีที่เหมาะสมในบริบทของตนเองในการเล่นกีฬา

 ๒.       เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากล            ทั้งประเภทบุคคลและทีมได้อย่างละ          ๑ ชนิด

Ÿ    การเล่นกีฬาไทย  กีฬาสากลตามชนิดกีฬาที่เลือก เช่น กรีฑาประเภทลู่และลาน  บาสเกตบอล  กระบี่  เทนนิส  ตระกร้อลอดบ่วง  ฟุตซอล       ว่ายน้ำ    เทควันโด

 ๓.       เปรียบเทียบประสิทธิภาพของรูปแบบการเคลื่อนไหวที่ส่งผลต่อการเล่นกีฬาและกิจกรรมในชีวิตประจำวันŸ    ประสิทธิภาพของรูปแบบการเคลื่อนไหวที่ส่งผลต่อการเล่นกีฬาและกิจกรรมในชีวิตประจำวัน

 ๔.       ร่วมกิจกรรมนันทนาการอย่างน้อย ๑ กิจกรรม และนำความรู้และหลักการที่ได้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันอย่างเป็นระบบŸ    การนำประสบการณ์จากการร่วมกิจกรรมนันทนาการไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

ม. ๓

๑.   เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากล            ได้อย่างละ ๑ ชนิดโดยใช้เทคนิค           ที่เหมาะสมกับตนเองและทีมŸ    เทคนิคและวิธีการเล่น  กีฬาไทยและกีฬาสากลที่เลือก  เช่น กรีฑาประเภทลู่และลาน  วอลเลย์บอล  บาสเกตบอล  ดาบสองมือ  เทนนิส  ตะกร้อข้ามตาข่าย  ฟุตบอล

 ๒.   นำหลักการ  ความรู้และทักษะ ในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย  การเล่นกม  และการเล่นกีฬาไปใช้         สร้างเสริมสุขภาพอย่างต่อเนื่อง      เป็นระบบŸ   การนำหลักการ  ความรู้ ทักษะในการเคลื่อนไหว  กิจกรรมทางกาย  การเล่นเกม  การเล่นกีฬาไปใช้เป็นระบบสร้างเสริมสุขภาพอย่างต่อเนื่อง

 ๓.   ร่วมกิจกรรมนันทนาการอย่างน้อย ๑ กิจกรรมและนำหลักความรู้วิธีการไปขยายผลการเรียนรู้ให้กับผู้อื่นŸ    การจัดกิจกรรมนันทนาการแก่ผู้อื่น

ม.๔–ม.๖

๑.        วิเคราะห์ความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวรูปแบบต่างๆ  ในการเล่นกีฬา

Ÿ    ความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวรูปแบบต่าง ๆ ในการเล่นกีฬา

Ÿ   การวิเคราะห์ความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวรูปแบบต่างๆ  ในการเล่นกีฬา

 ๒.       ใช้ความสามารถของตน             เพื่อเพิ่มศักยภาพของทีม  คำนึงถึงผล          ที่เกิดต่อผู้อื่นและสังคมŸ    การใช้ความสามารถของตนในการเล่นกีฬา  เพื่อเพิ่มศักยภาพของทีม  โดยคำนึงถึง ผลที่เกิดต่อผู้อื่นและสังคม

๓.       เล่นกีฬาไทย  กีฬาสากลประเภทบุคคล / คู่  กีฬาประเภททีมได้อย่างน้อย ๑ ชนิด

Ÿ    กีฬาประเภทบุคคล / คู่  ประเภททีม  เช่น        ฟุตซอล  รักบี้ฟุตบอล  ยิมนาสติก  ลีลาศ        ซอฟท์บอล  เทนนิส  เซปักตะกร้อ  มวยไทย  กระบี่กระบอง   พลอง  ง้าว

 ๔.  แสดงการเคลื่อนไหวได้อย่างสร้างสรรค์Ÿ    การเคลื่อนไหวที่สร้างสรรค์ เช่น กิจกรรมเข้าจังหวะ  เชียร์ลีดเดอร์

 ๕.  เข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการนอกโรงเรียน และนำหลักการแนวคิด     ไปปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนและสังคมŸ    การนำหลักการและแนวคิดของกิจกรรมนันทนาการไปปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนและสังคม

 สาระที่ ๓     การเคลื่อนไหว  การออกกำลังกาย  การเล่นเกม  กีฬาไทย  และกีฬาสากล

มาตรฐาน พ ๓.๒   รักการออกกำลังกาย  การเล่นเกม  และการเล่นกีฬา  ปฏิบัติเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ

มีวินัย  เคารพสิทธิ  กฎ  กติกา มีน้ำใจนักกีฬา  มีจิตวิญญาณในการแข่งขัน  และชื่นชม  ในสุนทรียภาพของการกีฬา

ชั้น

ตัวชี้วัด

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ป.๑

๑.        ออกกำลังกาย  และเล่นเกม  ตามคำแนะนำ  อย่างสนุกสนาน Ÿ    การออกกำลังกาย และการเล่นเกมเบ็ดเตล็ด

 

๒.       ปฏิบัติตนตามกฎ  กติกา  ข้อตกลงในการเล่นเกมตามคำแนะนำ Ÿ    กฎ  กติกา  ข้อตกลงในการเล่นเกมเบ็ดเตล็ด

ป.๒

๑.        ออกกำลังกาย และเล่นเกม  ได้ด้วยตนเองอย่างสนุกสนาน Ÿ    การออกกำลังกาย และเล่นเกมเบ็ดเตล็ด

Ÿ    ประโยชน์ของการออกกำลังกายและการเล่นเกม

๒.       ปฏิบัติตามกฎ  กติกาและข้อตกลงในการเล่นเกมเป็นกลุ่มŸ    กฎ กติกา ข้อตกลงในการเล่นเกมเป็นกลุ่ม

ป. ๓

๑.        เลือกออกกำลังกาย  การละเล่นพื้นเมือง  และเล่นเกม       ที่เหมาะสมกับจุดเด่น จุดด้อย และข้อจำกัดของตนเองŸ    แนวทางการเลือกออกกำลังกาย การละเล่นพื้นเมืองและเล่นเกมที่เหมาะสมกับจุดเด่น    จุดด้อยและข้อจำกัดของแต่ละบุคคล

๒.       ปฏิบัติตามกฎ  กติกาและข้อตกลงของการออกกำลังกาย  การเล่นเกม  การละเล่นพื้นเมืองได้ด้วยตนเองŸ    การออกกำลังกาย  เกม  และการละเล่นพื้นเมือง

Ÿ    กฎ  กติกาและข้อตกลงในการออกกำลังกาย  การเล่นเกม  และการละเล่นพื้นเมือง

ป. ๔

๑.        ออกกำลังกาย  เล่นเกม  และกีฬาที่ตนเองชอบและมีความสามารถในการวิเคราะห์ผลพัฒนาการของตนเองตามตัวอย่างและแบบปฏิบัติของผู้อื่นŸ    การออกกำลังกาย  เล่นเกม  ตามความชอบของตนเองและเล่นกีฬาพื้นฐานร่วมกับผู้อื่น

Ÿ    การวิเคราะห์ผลพัฒนาการของตนเองในการออกกำลังกาย  เล่นเกมและเล่นกีฬา  ตามตัวอย่างและแบบปฏิบัติของผู้อื่น

Ÿ    คุณค่าของการออกกำลังกาย    เล่นเกม  และเล่นกีฬา  ที่มีต่อสุขภาพ

๒.       ปฏิบัติตามกฎ  กติกาการเล่นกีฬาพื้นฐาน  ตามชนิดกีฬาที่เล่น

-  การปฏิบัติตามกฎ  กติกา  การเล่นกีฬาพื้นฐาน  ตามชนิดกีฬาที่เล่น

ป. ๕

๑.        ออกกำลังกายอย่างมีรูปแบบ  เล่นเกมที่ใช้ทักษะการคิดและตัดสินใจŸ    หลักการและรูปแบบการออกกำลังกาย

Ÿ    การออกกำลังกาย  และการเล่นเกม  เช่น เกมเบ็ดเตล็ด  เกมเลียนแบบ  เกมนำ  และการละเล่นพื้นเมือง

๒.       เล่นกีฬาที่ตนเองชอบอย่างสม่ำเสมอ  โดยสร้างทางเลือกในวิธีปฏิบัติของตนเองอย่างหลากหลาย  และมีน้ำใจนักกีฬาŸ    การเล่นกีฬาไทย  และกีฬาสากลประเภทบุคคลและทีมที่เหมาะสมกับวัยอย่างสม่ำเสมอ

Ÿ    การสร้างทางเลือกในวิธีปฏิบัติในการเล่นกีฬาอย่างหลากหลาย และมีน้ำใจนักกีฬา

 ๓.       ปฏิบัติตามกฎกติกา  การเล่นเกม  กีฬาไทย และกีฬาสากล  ตามชนิดกีฬาที่เล่นŸ   กฎ  กติกาในการเล่นเกม กีฬาไทยและกีฬาสากลตามชนิดกีฬาที่เล่น

Ÿ    วิธีการรุกและวิธีป้องกันในการเล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลที่เล่น

๔.       ปฏิบัติตนตามสิทธิของตนเอง  ไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่นและยอมรับในความแตกต่างระหว่างบุคคลในการเล่นเกม และกีฬาไทย  กีฬาสากลŸ   สิทธิของตนเองและผู้อื่นในการเล่นเกมและกีฬา

Ÿ    ความแตกต่างระหว่างบุคคลในการเล่นเกม และกีฬา

ป. ๖

๑.        อธิบายประโยชน์และหลักการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ สมรรถภาพทางกายและการสร้างเสริมบุคลิกภาพŸ    ประโยชน์และหลักการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ  สมรรถภาพทางกายและการสร้างเสริมบุคลิกภาพ

๒.       เล่นเกมที่ใช้ทักษะการวางแผน  และสามารถเพิ่มพูนทักษะการออกกำลังกายและเคลื่อนไหวอย่างเป็นระบบŸ    การเล่นเกมที่ใช้ทักษะการวางแผน

Ÿ    การเพิ่มพูนทักษะการออกกำลังกายและการเคลื่อนไหวอย่างเป็นระบบ

๓.       เล่นกีฬาที่ตนเองชื่นชอบและสามารถประเมินทักษะการเล่นของตนเป็นประจำŸ    การเล่นกีฬาประเภทบุคคลและประเภททีมที่ชื่นชอบ

Ÿ    การประเมินทักษะการเล่นกีฬาของตน

 ๔.       ปฏิบัติตามกฎ  กติกา  ตามชนิดกีฬาที่เล่น  โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่นŸ    กฎ  กติกาในการเล่นกีฬาไทย  กีฬาสากลตามชนิดกีฬาที่เล่น

 ๕.       จำแนกกลวิธีการรุก  การป้องกัน  และนำไปใช้ในการเล่นกีฬาŸ    กลวิธีการรุก  การป้องกันในการเล่นกีฬา

 ๖.        เล่นเกมและกีฬา  ด้วยความสามัคคีและมีน้ำใจนักกีฬาŸ    การสร้างความสามัคคีและความมีน้ำใจนักกีฬาในการเล่นเกมและกีฬา

ม. ๑

๑.        อธิบายความสำคัญของการออกกำลังกายและเล่นกีฬา   จนเป็นวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดี

๒.       ออกกำลังกายและเลือกเข้าร่วมเล่นกีฬาตามความถนัด  ความสนใจอย่างเต็มความสามารถ  พร้อมทั้งมีการประเมินการเล่นของตนและผู้อื่นŸ    ความสำคัญของการออกกำลังกายและเล่นกีฬา  จนเป็นวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดี

Ÿ    การออกกำลังกาย เช่น กายบริหาร

แบบต่างๆ  เต้นแอโรบิก  โยคะ  รำมวยจีน

Ÿ    การเล่นกีฬาไทย  และกีฬาสากล

ทั้งประเภทบุคคลและทีม

Ÿ    การประเมินการเล่นกีฬาของตนเองและผู้อื่น

๓.       ปฏิบัติตามกฎ  กติกา  และข้อตกลงตามชนิดกีฬาที่เลือกเล่นŸ    กฎ  กติกา การเล่นเกมและการแข่งขันกีฬาที่เลือกเล่น

๔.       วางแผนการรุกและการป้องกันในการเล่นกีฬาที่เลือกและนำไปใช้ในการเล่นอย่างเป็นระบบŸ    รูปแบบ  วิธีการรุกและป้องกันในการเล่นกีฬาที่เลือก

 ๕.       ร่วมมือในการเล่นกีฬา  และการทำงานเป็นทีมอย่างสนุกสนานŸ    การเล่น การแข่งขันกีฬา และการทำงานเป็นทีม

 ๖.        วิเคราะห์เปรียบเทียบและยอมรับความแตกต่างระหว่างวิธีการเล่นกีฬาของตนเองกับผู้อื่นŸ   การยอมรับความสามารถและความแตกต่างระหว่างบุคคลในการเล่นกีฬา

ม. ๒

๑.        อธิบายสาเหตุการเปลี่ยนแปลงทางกาย จิตใจ  อารมณ์ สังคม   และสติปัญญา  ที่เกิดจากการ    ออกกำลังกาย และเล่นกีฬาเป็นประจำจนเป็นวิถีชีวิตŸ    สาเหตุการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย  จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา จากการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาอย่างสม่ำเสมอ          จนเป็นวิถีชีวิต

Ÿ    การสร้างวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดี  โดยการออกกำลังกายและเล่นกีฬาเป็นประจำ

๒.       เลือกเข้าร่วมกิจกรรม    การออกกำลังกาย  เล่นกีฬาตาม    ความถนัดและความสนใจพร้อมทั้งวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างบุคคล เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาตนเองŸ   การออกกำลังกายและการเล่นกีฬาไทย  กีฬาสากลทั้งประเภทบุคคลและประเภททีม

Ÿ    การวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างบุคคลเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาการร่วมกิจกรรมการออกกำลังกายและเล่นกีฬา

๓.       มีวินัย  ปฏิบัติตามกฎ  กติกา  และข้อตกลงในการเล่นกีฬาที่เลือกŸ    วินัยในการฝึก  และการเล่นกีฬา  ตามกฎ  กติกาและข้อตกลง

๔.       วางแผนการรุกและการป้องกันในการเล่นกีฬาที่เลือกและนำไปใช้ ในการเล่นอย่างเหมาะสมกับทีมŸ    รูปแบบ  กลวิธีการรุก  การป้องกันในการเล่นกีฬาเป็นทีม

Ÿ   ประโยชน์ของการเล่นและการทำงาน         เป็นทีม

Ÿ   หลักการให้ความร่วมมือในการเล่น          การแข่งขันกีฬาและการทำงานเป็นทีม

๕.        นำผลการปฏิบัติในการเล่นกีฬามาสรุปเป็นวิธีที่เหมาะสมกับตนเองด้วยความมุ่งมั่น

Ÿ    การพัฒนาวิธีเล่นกีฬาที่เหมาะสมกับตนเอง

-  การเลือกวิธีเล่น

-  การแก้ไขข้อบกพร่อง

-  การเพิ่มทักษะ

Ÿ    การสร้างแรงจูงใจและการสร้างความมุ่งมั่นในการเล่นและแข่งขันกีฬา

ม. ๓

๑.        มีมารยาทในการเล่นและดูกีฬาด้วยความมีน้ำใจนักกีฬาŸ    มารยาทในการเล่นและการดูกีฬาด้วยความมีน้ำใจนักกีฬา

๒.       ออกกำลังกายและเล่นกีฬาอย่างสม่ำเสมอและนำแนวคิดหลักการจากการเล่นไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนด้วยความภาคภูมิใจŸ   การออกำลังกายและการเล่นกีฬาประเภทบุคคล และประเภททีม

Ÿ    การนำประสบการณ์  แนวคิดจากการ   ออกกำลังกายและเล่นกีฬาไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต

 ๓.       ปฏิบัติตนตามกฎ  กติกา  และข้อตกลงในการเล่นตามชนิดกีฬาที่เลือกและนำแนวคิดที่ได้ไปพัฒนาคุณภาพชีวิต ของตนในสังคมŸ    กฎ  กติกาและข้อตกลงในการเล่นกีฬาที่เลือกเล่น

Ÿ    การประยุกต์ประสบการณ์การปฏิบัติตามกฎ  กติกา  ข้อตกลงในการเล่นกีฬาไปใช้พัฒนาคุณภาพชีวิตของตนในสังคม

 ๔.       จำแนกกลวิธีการรุก การป้องกัน  และใช้ในการเล่นกีฬาที่เลือกและตัดสินใจเลือกวิธีที่เหมาะสมกับทีมไปใช้ได้ตามสถานการณ์ของการเล่นŸ    วิธีการประยุกต์ใช้กลวิธีการรุกและการป้องกันในการเล่นกีฬาได้ตามสถานการณ์ของการเล่น

 ๕.       เสนอผลการพัฒนาสุขภาพของตนเองที่เกิดจากการออกกำลังกาย และการเล่นกีฬาเป็นประจำŸ  การพัฒนาสุขภาพตนเองที่เกิดจากการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาเป็นประจำ

ม. ๔–ม.๖ 

๑.        ออกกำลังกายและเล่นกีฬา                ที่เหมาะสมกับตนเองอย่างสม่ำเสมอ  และใช้ความสามารถของตนเองเพิ่มศักยภาพของทีม  ลดความเป็นตัวตน  คำนึงถึงผลที่เกิดต่อสังคมŸ    การออกกำลังกายด้วยวิธีที่ชอบ   เช่น

ฝึกกายบริหารแบบต่างๆ  ขี่จักรยาน

การออกกำลังกายจากการทำงาน

ในชีวิตประจำวัน  การรำกระบอง  รำมวยจีน

Ÿ    การเล่นกีฬาประเภทบุคคล  และประเภททีม

Ÿ    การใช้ความสามารถของตนในการเพิ่มศักยภาพของทีมในการเล่นกีฬาและการเล่นโดยคำนึงถึงประโยชน์ต่อสังคม

Ÿ    การวางแผนกำหนดกิจกรรมการออกกำลัง-กายและเล่นกีฬา

 ๒.       อธิบายและปฏิบัติเกี่ยวกับสิทธิ  กฎ  กติกา  กลวิธีต่างๆ  ในระหว่างการเล่น  การแข่งขันกีฬากับผู้อื่นและนำไปสรุปเป็นแนวปฏิบัติและใช้ในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่องŸ    สิทธิ  กฎ กติกาการเล่นกีฬา

Ÿ    กลวิธี  หลักการรุก การป้องกันอย่างสร้างสรรค์ในการเล่นและแข่งขันกีฬา

Ÿ    การนำประสบการณ์จากการเล่นกีฬาไปใช้ในชีวิตประจำวัน

 ๓.       แสดงออกถึงการมีมารยาทในการดู การเล่นและการแข่งขันกีฬา  ด้วยความมีน้ำใจนักกีฬา  และนำไปใช้ปฏิบัติทุกโอกาส  จนเป็นบุคลิกภาพที่ดีŸ    การปฏิบัติตนในเรื่องมารยาทในการดู การเล่น  การแข่งขัน  ความมีน้ำใจนักกีฬา

Ÿ    บุคลิกภาพที่ดี

 ๔.       ร่วมกิจกรรมทางกายและเล่นกีฬาอย่างมีความสุข ชื่นชมในคุณค่าและความงามของการกีฬาŸ   ความสุขที่ได้จากการเข้าร่วมกิจกรรมทางกาย และเล่นกีฬา

Ÿ    คุณค่าและความงามของการกีฬา

 สาระที่ ๔    การสร้างเสริมสุขภาพ  สมรรถภาพและการป้องกันโรค

มาตรฐาน พ ๔.๑    เห็นคุณค่าและมีทักษะในการสร้างเสริมสุขภาพ  การดำรงสุขภาพ  การป้องกันโรค และการสร้างเสริมสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ

ชั้น

ตัวชี้วัด

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ป.๑

๑.        ปฏิบัติตนตามหลักสุขบัญญัติแห่งชาติตามคำแนะนำ Ÿ  การปฏิบัติตนตามหลักสุขบัญญัติแห่งชาติ

 

๒.       บอกอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับตนเอง Ÿ  ลักษณะอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับตนเอง

-  ปวดศีรษะ

-  ตัวร้อน

-  มีน้ำมูก

-  ปวดท้อง

-  ผื่นคัน (หนังศีรษะ  ผิวหนัง)

-  ฟกช้ำ ฯลฯ

๓.       ปฏิบัติตนตามคำแนะนำเมื่อมีอาการเจ็บป่วยŸ  วิธีปฏิบัติตนเมื่อมีอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับตนเอง

ป. ๒

๑.        บอกลักษณะของการมีสุขภาพดีŸ  ลักษณะของการมีสุขภาพดี

-  ร่างกายแข็งแรง

-  จิตใจ  ร่าเริง  แจ่มใส

-  มีความสุข

- มีความปลอดภัย

๒.       เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์Ÿ  อาหารที่มีประโยชน์และไม่มีประโยชน์

๓.       ระบุของใช้และของเล่นที่มีผลเสียต่อสุขภาพŸ  ของใช้และของเล่นที่มีผลเสียต่อสุขภาพ

 ๔.       อธิบายอาการและวิธีป้องกันการเจ็บป่วย การบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นŸ  อาการและวิธีป้องกันการเจ็บป่วย

-  ตาแดง  ท้องเสีย  ฯลฯ

Ÿ  อาการและวิธีป้องกันการบาดเจ็บ

-  ถูกของมีคม  แมลงสัตว์กัดต่อย หกล้ม ฯลฯ

 ๕.       ปฏิบัติตามคำแนะนำเมื่อมีอาการเจ็บป่วยและบาดเจ็บŸ  วิธีปฏิบัติตนเมื่อเจ็บป่วยและบาดเจ็บ

ป. ๓

๑.        อธิบายการติดต่อและวิธีการป้องกันการแพร่กระจายของโรคŸ  การติดต่อและวิธีการป้องกันการแพร่กระจายของโรค

๒.       จำแนกอาหารหลัก ๕ หมู่Ÿ  อาหารหลัก ๕ หมู่

๓.       เลือกกินอาหารที่หลากหลายครบ ๕ หมู่  ในสัดส่วนที่เหมาะสมŸ  การเลือกกินอาหารที่เหมาะสม

-  ความหลากหลายของชนิดอาหารในแต่ละหมู่

-  สัดส่วนและปริมาณของอาหาร (ตามธงโภชนาการ)

๔.       แสดงการแปรงฟันให้สะอาดอย่างถูกวิธีŸ  การแปรงฟันให้สะอาดอย่างถูกวิธี (ครอบคลุมบริเวณขอบเหงือกและคอฟัน)

 ๕.       สร้างเสริมสมรรถภาพทางกายได้ตามคำแนะนำŸ  การสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพ

-  วิธีการทดสอบสมรรถภาพทางกาย

-  วิธีการสร้างเสริมสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ  โดยการออกกำลังกาย การพักผ่อน  และกิจกรรมนันทนาการ

ป. ๔

๑.        อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมกับสุขภาพŸ  ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมกับสุขภาพ

Ÿ   การจัดสิ่งแวดล้อมที่ถูกสุขลักษณะและ

เอื้อต่อสุขภาพ

 ๒.       อธิบายสภาวะอารมณ์  ความรู้สึกที่มีผลต่อสุขภาพŸ   สภาวะอารมณ์และความรู้สึก  เช่นโกรธ  หงุดหงิด  เครียด  เกลียด  เสียใจ  เศร้าใจ  วิตกกังวล  กลัว  ก้าวร้าว  อิจฉา  ริษยา  เบื่อหน่าย  ท้อแท้ ดีใจ  ชอบใจ  รัก ชื่นชม  สนุก

สุขสบาย

Ÿ   ผลที่มีต่อสุขภาพ

ทางบวก :  สดชื่น  ยิ้มแย้ม  แจ่มใส   ร่าเริง ฯลฯ

ทางลบ :  ปวดศีรษะ  ปวดท้อง

เบื่ออาหาร  อ่อนเพลีย ฯลฯ

๓.       วิเคราะห์ข้อมูลบนฉลากอาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพ เพื่อการเลือกบริโภคŸ  การวิเคราะห์ข้อมูลบนฉลากอาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพ

 ๔.       ทดสอบและปรับปรุงสมรรถภาพทางกายตามผลการตรวจสอบสมรรถภาพทางกายŸ การทดสอบสมรรถภาพทางกาย

Ÿ  การปรับปรุงสมรรถภาพทางกายตามผลการทดสอบสมรรถภาพทางกาย

ป. ๕

๑.        แสดงพฤติกรรมที่เห็นความสำคัญของการปฏิบัติตนตามสุขบัญญัติแห่งชาติŸ  ความสำคัญของการปฏิบัติตนตามสุขบัญญัติแห่งชาติ

 ๒.       ค้นหาข้อมูลข่าวสารเพื่อใช้สร้างเสริมสุขภาพŸ  แหล่งและวิธีค้นหาข้อมูลข่าวสารทางสุขภาพ

Ÿ  การใช้ข้อมูลข่าวสารในการสร้างเสริมสุขภาพ

 ๓.       วิเคราะห์สื่อโฆษณาในการตัดสินใจเลือกซื้ออาหาร และผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างมีเหตุผลŸ  การตัดสินใจเลือกซื้ออาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพ (อาหาร เครื่องสำอาง  ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพในช่องปาก ฯลฯ)

 ๔.       ปฏิบัติตนในการป้องกันโรคที่พบบ่อยในชีวิตประจำวันŸการปฏิบัติตนในการป้องกันโรคที่พบบ่อยในชีวิตประจำวัน

- ไข้หวัด

- ไข้เลือดออก

-  โรคผิวหนัง

-  ฟันผุและโรคปริทันต์

ฯลฯ

 ๕.       ทดสอบและปรับปรุงสมรรถภาพทางกายตามผลการทดสอบสมรรถภาพทางกายŸ  การทดสอบสมรรถภาพทางกาย

Ÿ  การปรับปรุงสมรรถภาพทางกายตามผลการทดสอบสมรรถภาพทางกาย

ป. ๖

๑.        แสดงพฤติกรรมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อสุขภาพŸ  ความสำคัญของสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อสุขภาพ

Ÿ  ปัญหาของสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อสุขภาพ

  Ÿ  การป้องกันและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อสุขภาพ

 ๒.       วิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดจากการระบาดของโรคและเสนอแนวทางการป้องกันโรคติดต่อสำคัญที่พบในประเทศไทยŸ  โรคติดต่อสำคัญที่ระบาดในปัจจุบัน

Ÿ  ผลกระทบที่เกิดจากการระบาดของโรค

Ÿ  การป้องกันการระบาดของโรค

 

๓.       แสดงพฤติกรรมที่บ่งบอกถึง   ความรับผิดชอบต่อสุขภาพของส่วนรวมŸ พฤติกรรมที่แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสุขภาพของส่วนรวม

๔.       สร้างเสริมและปรับปรุงสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพอย่างต่อเนื่องŸ วิธีทดสอบสมรรถภาพทางกาย

Ÿ  การสร้างเสริมและปรับปรุงสมรรถภาพทางกายตามผลการทดสอบสมรรถภาพทางกาย

ม. ๑

๑.        เลือกกินอาหารที่เหมาะสมกับวัยŸ  หลักการเลือกอาหารที่เหมาะสมกับวัย

๒.       วิเคราะห์ปัญหาที่เกิดจากการภาวะโภชนาการที่มีผลกระทบต่อสุขภาพŸ  ปัญหาที่เกิดจากภาวะโภชนาการ

-  ภาวะการขาดสารอาหาร

-  ภาวะโภชนาการเกิน

๓.       ควบคุมน้ำหนักของตนเองให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานŸ  เกณฑ์มาตรฐานการเจริญเติบโตของเด็กไทย

Ÿ  วิธีการควบคุมน้ำหนักของตนเองให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

๔.       การสร้างเสริมและปรับปรุงสมรรถภาพทางกายตามผลการทดสอบŸ  วิธีทดสอบสมรรถภาพทางกาย

Ÿ  วิธีสร้างเสริมและปรับปรุงสมรรถภาพ   ทางกายตามผลการทดสอบ

ม. ๒

๑.        เลือกใช้บริการทางสุขภาพอย่างมีเหตุผลŸ  การเลือกใช้บริการทางสุขภาพ

๒.       วิเคราะห์ผลของการใช้เทคโนโลยีที่มีต่อสุขภาพŸ  ผลกระทบของเทคโนโลยี ที่มีต่อสุขภาพ

 ๓.       วิเคราะห์ความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์ที่มีผลต่อสุขภาพŸ  ความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์ที่มีผลต่อสุขภาพ

 ๔.       วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของภาวะสมดุลระหว่างสุขภาพกายและสุขภาพจิตŸ  ความสมดุลระหว่างสุขภาพกายและสุขภาพจิต

 ๕.       อธิบายลักษณะอาการเบื้องต้นของผู้มีปัญหาสุขภาพจิตŸ  ความสมดุลระหว่างสุขภาพกายและสุขภาพจิต

 ๖.        เสนอแนะวิธีปฏิบัติตนเพื่อจัดการกับอารมณ์และความเครียดŸ  วิธีปฏิบัติตนเพื่อจัดการกับอารมณ์และความเครียด

 ๗.       พัฒนาสมรรถภาพทางกายตนเองให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดŸ  เกณฑ์สมรรถภาพทางกาย

Ÿ  การพัฒนาสมรรถภาพทางกาย

ม. ๓

๑.        กำหนดรายการอาหารที่เหมาะสมกับวัยต่าง ๆ โดยคำนึงถึงความประหยัดและคุณค่าทางโภชนาการŸ  การกำหนดรายการอาหารที่เหมาะสมกับวัย         ต่าง ๆ

Ÿ    วัยทารก  วัยเด็ก (วัยก่อนเรียน วัยเรียน)  วัยรุ่น  วัยผู้ใหญ่  วัยสูงอายุ  โดยคำนึงถึงความประหยัดและคุณค่าทางโภชนาการ

 ๒.       เสนอแนวทางป้องกันโรคที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเจ็บป่วยและการตายของคนไทยŸ  โรคที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเจ็บป่วยและการตายของคนไทย

โรคติดต่อ เช่น

-  โรคที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์

-  โรคเอดส์

-  โรคไข้หวัดนก

ฯลฯ

โรคไม่ติดต่อ เช่น

-  โรคหัวใจ

- โรคความดันโลหิตสูง

-  เบาหวาน

-  มะเร็ง

ฯลฯ

๓.       รวบรวมข้อมูลและเสนอแนวทาง แก้ไขปัญหาสุขภาพในชุมชนŸ    ปัญหาสุขภาพในชุมชน

Ÿ    แนวทางแก้ไขปัญหาสุขภาพในชุมชน

๔.       วางแผนและจัดเวลาในการออกกำลังกาย  การพักผ่อนและการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกายŸ   การวางแผนและจัดเวลาในการ                    ออกกำลังกาย  การพักผ่อน และการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย

 ๕.       ทดสอบสมรรถภาพทางกาย  และพัฒนาได้ตามความแตกต่างระหว่างบุคคลŸ  การทดสอบสมรรถภาพทางกายแบบต่าง ๆ และการพัฒนาสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ

ม.๔– ม.๖

๑.        วิเคราะห์บทบาทและความรับผิดชอบของบุคคลที่มีต่อการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคในชุมชนŸ  บทบาทและความรับผิดชอบของบุคคล           ที่มีต่อการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคในชุมชน

๒.       วิเคราะห์ อิทธิพลของสื่อโฆษณาเกี่ยวกับสุขภาพเพื่อการเลือกบริโภคŸ   อิทธิพลของสื่อโฆษณาเกี่ยวกับสุขภาพ

Ÿ   แนวทางการเลือกบริโภคอย่างฉลาดและปลอดภัย

๓.       ปฏิบัติตนตามสิทธิของผู้บริโภคŸ    สิทธิพื้นฐานของผู้บริโภคและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภค

๔.       วิเคราะห์สาเหตุและเสนอแนวทางการป้องกันการเจ็บป่วยและการตายของคนไทยŸ    สาเหตุของการเจ็บป่วยและการตายของคนไทย เช่น โรคจากการประกอบอาชีพ  โรคทางพันธุกรรม

Ÿ    แนวทางการป้องกันการเจ็บป่วย

๕.       วางแผนและปฏิบัติตามแผน        การพัฒนาสุขภาพของตนเองและครอบครัวŸ  การวางแผนการพัฒนาสุขภาพของตนเอง  ครอบครัว

๖.        มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพของบุคคลในชุมชนŸ  การมีส่วนร่วมในการส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพของบุคคลในชุมชน

 ๗.       วางแผนและปฏิบัติตามแผน        การพัฒนาสมรรถภาพกายและสมรรถภาพกลไกŸ    การวางแผนพัฒนาสมรรถภาพทางกายและสมรรถภาพกลไก

 สาระที่ ๕    ความปลอดภัยในชีวิต

มาตรฐาน พ ๕.๑   ป้องกันและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง  พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ  อุบัติเหตุ  การใช้ยา       สารเสพติด  และความรุนแรง

ชั้น

ตัวชี้วัด

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ป. ๑

๑.        ระบุสิ่งที่ทำให้เกิดอันตราย        ที่บ้าน โรงเรียน  และการป้องกัน Ÿ    สิ่งที่ทำให้เกิดอันตรายภายในบ้านและโรงเรียน

Ÿ    การป้องกันอันตรายภายในบ้านและโรงเรียน

๒.       บอกสาเหตุและการป้องกันอันตรายที่เกิดจากการเล่นŸ   อันตรายจากการเล่น

-  สาเหตุที่ทำให้เกิดอันตรายจากการเล่น

-  การป้องกันอันตรายจากการเล่น

๓.       แสดงคำพูดหรือท่าทางขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นเมื่อเกิดเหตุร้ายที่บ้านและโรงเรียนŸ  การขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุร้ายที่บ้านและโรงเรียน

-  บุคคลที่ควรขอความช่วยเหลือ

-  คำพูดและท่าทางการขอความช่วยเหลือ

ป. ๒

๑.        ปฏิบัติตนในการป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นทางน้ำ  และทางบกŸ  อุบัติเหตุทางน้ำ  และทางบก

-  สาเหตุของอุบัติเหตุทางน้ำและทางบก

-  วิธีการป้องกันอุบัติเหตุทางน้ำและทางบก

๒.       บอกชื่อยาสามัญประจำบ้าน  และใช้ยาตามคำแนะนำŸ  ยาสามัญประจำบ้าน

-  ชื่อยาสามัญประจำบ้าน

-  การใช้ยาตามความจำเป็นและลักษณะอาการ

๓.       ระบุโทษของสารเสพติด  สารอันตรายใกล้ตัวและวิธีการป้องกันŸ  สารเสพติดและสารอันตรายใกล้ตัว

-  โทษของสารเสพติด  และสารอันตรายใกล้ตัว

-  วิธีป้องกัน

๔.       ปฏิบัติตนตามสัญลักษณ์และป้ายเตือนของสิ่งของหรือสถานที่ที่เป็นอันตรายŸ  สัญลักษณ์และป้ายเตือนของสิ่งของหรือสถานที่ที่เป็นอันตราย

-  ความหมายของสัญลักษณ์และป้ายเตือน

๕.       อธิบายสาเหตุ  อันตราย  วิธีป้องกันอัคคีภัยและแสดงการหนีไฟŸ  อัคคีภัย

-  สาเหตุของการเกิดอัคคีภัย

-  อันตรายซึ่งได้รับจากการเกิดอัคคีภัย

-  การป้องกันอัคคีภัย  และการหนีไฟ

ป. ๓

๑.        ปฏิบัติตนเพื่อความปลอดภัยจากอุบัติเหตุในบ้าน  โรงเรียน  และการเดินทางŸ  วิธีปฏิบัติตนเพื่อความปลอดภัยจากอุบัติเหตุในบ้าน  โรงเรียนและการเดินทาง

 

๒.       แสดงวิธีขอความช่วยเหลือจากบุคคลและแหล่งต่าง ๆ  เมื่อเกิดเหตุร้าย  หรืออุบัติเหตุŸ  การขอความช่วยเหลือจากบุคคลและแหล่งต่างๆ  เมื่อเกิดเหตุร้ายหรืออุบัติเหตุ

๓.       แสดงวิธีปฐมพยาบาล  เมื่อบาดเจ็บจากการเล่นŸ  การบาดเจ็บจากการเล่น

-  ลักษณะของการบาดเจ็บ

-  วิธีปฐมพยาบาล (บาดเจ็บ   ห้ามเลือด ฯลฯ)

ป. ๔

๑.        อธิบายความสำคัญของการใช้ยาและใช้ยาอย่างถูกวิธีŸ    ความสำคัญของการใช้ยา

Ÿ    หลักการใช้ยา

 ๒.       แสดงวิธีปฐมพยาบาลเมื่อได้รับอันตรายจากการใช้ยาผิด  สารเคมี  แมลงสัตว์กัดต่อย  และการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาŸ  วิธีปฐมพยาบาล

-  การใช้ยาผิด

-  สารเคมี

-  แมลงสัตว์กัดต่อย

-  การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา

 ๓.       วิเคราะห์ผลเสียของการสูบบุหรี่  และการดื่มสุรา ที่มีต่อสุขภาพและการป้องกันŸ  ผลเสียของการสูบบุหรี่  การดื่มสุรา  และการป้องกัน

ป. ๕

๑.        วิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการใช้สารเสพติดŸ  ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการใช้สารเสพติด  (สุรา บุหรี่ ยาบ้า สารระเหย  ฯลฯ)

-  ครอบครัว  สังคม  เพื่อน

-  ค่านิยม  ความเชื่อ

-  ปัญหาสุขภาพ

-  สื่อ ฯลฯ

๒.       วิเคราะห์ผลกระทบของการใช้ยา และสารเสพติด  ที่มีผลต่อร่างกาย  จิตใจ  อารมณ์  สังคม และสติปัญญา

Ÿ  ผลกระทบของการใช้ยา และสารเสพติดที่มีต่อร่างกาย  จิตใจ  อารมณ์  สังคม และสติปัญญา

 ๓.       ปฏิบัติตนเพื่อความปลอดภัยจากการใช้ยาและหลีกเลี่ยงสารเสพติดŸ  การปฏิบัติตนเพื่อความปลอดภัยจาก

การใช้ยา

Ÿ  การหลีกเลี่ยงสารเสพติด

๔.       วิเคราะห์อิทธิพลของสื่อที่มีต่อพฤติกรรมสุขภาพŸ    อิทธิพลของสื่อที่มีต่อพฤติกรรม สุขภาพ (อินเทอร์เน็ต  เกม ฯลฯ)

๕.       ปฏิบัติตนเพื่อป้องกันอันตรายจากการเล่นกีฬาŸ    การปฏิบัติเพื่อป้องกันอันตรายจากการเล่นกีฬา

ป. ๖

๑.        วิเคราะห์ผลกระทบจากความรุนแรงของภัยธรรมชาติที่มีต่อร่างกาย  จิตใจ  และสังคมŸ  ภัยธรรมชาติ

-  ลักษณะของภัยธรรมชาติ

-  ผลกระทบจากความรุนแรงของภัยธรรมชาติที่มีต่อร่างกาย  จิตใจ และสังคม

 ๒.       ระบุวิธีปฏิบัติตน เพื่อความปลอดภัยจากธรรมชาติŸ   การปฏิบัติตนเพื่อความปลอดภัยจากภัยธรรมชาติ

๓.       วิเคราะห์สาเหตุของการติดสารเสพติด และชักชวนให้ผู้อื่นหลีกเลี่ยงสารเสพติดŸ    สาเหตุของการติดสารเสพติด

Ÿ    ทักษะการสื่อสารให้ผู้อื่นหลีกเลี่ยงสารเสพติด

ม. ๑

๑.        แสดงวิธีปฐมพยาบาลและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอย่างปลอดภัยŸ  การปฐมพยาบาลและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอย่างปลอดภัย

-  เป็นลม                -  บาดแผล

-  ไฟไหม้               -  กระดูกหัก

-  น้ำร้อนลวก  ฯลฯ

 

๒.       อธิบายลักษณะอาการของผู้ติดสารเสพติดและการป้องกันการติดสารเสพติดŸ    ลักษณะของผู้ติดสารเสพติด

Ÿ    อาการของผู้ติดสารเสพติด

Ÿ    การป้องกันการติดสารเสพติด

 

๓.       อธิบายความสัมพันธ์ของการใช้สารเสพติดกับการเกิดโรคและอุบัติเหตุŸ  ความสัมพันธ์ของการใช้สารเสพติดกับการเกิดโรค  และอุบัติเหตุ

 

๔.       แสดงวิธีการชักชวนผู้อื่นให้ลด  ละ  เลิกสารเสพติด     โดยใช้ทักษะต่าง ๆŸ     ทักษะที่ใช้ในการชักชวนผู้อื่นให้ลด  ละ  เลิกสารเสพติด

-  ทักษะการคิดวิเคราะห์

-  ทักษะการสื่อสาร

-  ทักษะการตัดสินใจ

-  ทักษะการแก้ปัญหา ฯลฯ

ม. ๒

๑.        ระบุวิธีการ  ปัจจัยและแหล่งที่ช่วยเหลือ  ฟื้นฟูผู้ติดสารเสพติดŸ  วิธีการ ปัจจัยและแหล่งที่ช่วยเหลือ   ฟื้นฟู

ผู้ติดสารเสพติด

๒.       อธิบายวิธีการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงและสถานการณ์เสี่ยงŸ  การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงและ

สถานการณ์เสี่ยง

-  การมั่วสุม

-  การทะเลาะวิวาท

-  การเข้าไปในแหล่งอบายมุข

-  การแข่งจักรยานยนต์บนท้องถนน

ฯลฯ

๓.       ใช้ทักษะชีวิตในการป้องกันตนเองและหลีกเลี่ยงสถานการณ์คับขันที่อาจนำไปสู่อันตรายŸ  ทักษะชีวิตในการป้องกันตนเอง (ทักษะปฏิเสธ  ทักษะการต่อรอง  ฯลฯ)  และหลีกเลี่ยงสถานการณ์คับขันที่อาจนำไปสู่อันตราย

ม. ๓

๑.        วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยง และพฤติกรรมเสี่ยงที่มีผลต่อสุขภาพและแนวทางป้องกันŸ    ปัจจัยเสี่ยง  และพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ

Ÿ    แนวทางการป้องกันความเสี่ยงต่อสุขภาพ

 ๒.       หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงและชักชวนเพื่อนให้หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหาŸ    ปัญหาและผลกระทบจากการใช้ความรุนแรง

Ÿ    วิธีหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง๓.       วิเคราะห์อิทธิพลของสื่อต่อพฤติกรรมสุขภาพและความรุนแรงŸ    อิทธิพลของสื่อต่อพฤติกรรมสุขภาพและความรุนแรง (คลิปวิดีโอ  การทะเลาะวิวาท  อินเทอร์เน็ต  เกม ฯลฯ)

 .       วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ต่อสุขภาพและการเกิดอุบัติเหตุŸ    ความสัมพันธ์ของการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ต่อสุขภาพและการเกิดอุบัติเหตุ

๕.       แสดงวิธีการช่วยฟื้นคืนชีพอย่างถูกวิธี

Ÿ   วิธีการช่วยฟื้นคืนชีพ

ม.๔–ม.๖

๑.        มีส่วนร่วมในการป้องกันความเสี่ยงต่อการใช้ยา  การใช้สารเสพติด  และความรุนแรง  เพื่อสุขภาพของตนเอง ครอบครัว  และสังคมŸ    การจัดกิจกรรมป้องกันความเสี่ยงต่อการใช้ยา  สารเสพติด  และความรุนแรง

๒.       วิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดจากการครอบครอง  การใช้และการจำหน่ายสารเสพติดŸ    การวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดจากการครอบครอง  การใช้และการจำหน่ายสารเสพติด  (ตนเอง  ครอบครัว  เศรษฐกิจ  สังคม)

Ÿ    โทษทางกฎหมายที่เกิดจากการครอบครอง  การใช้และการจำหน่ายสารเสพติด

๓.       วิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพ  หรือความรุนแรงของคนไทยและเสนอแนวทางป้องกันŸ    ปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพของคนไทยและเสนอแนวทางป้องกัน

 ๔.       วางแผน  กำหนดแนวทางลดอุบัติเหตุ และสร้างเสริมความปลอดภัยในชุมชนŸ  การวางแผน  กำหนดแนวทางลดอุบัติเหตุ และสร้างเสริมความปลอดภัยในชุมชน

 ๕.       มีส่วนร่วมในการสร้างเสริมความปลอดภัยในชุมชนŸ  กิจกรรมการสร้างเสริมความปลอดภัย        ในชุมชน

 ๖.        ใช้ทักษะการตัดสินใจแก้ปัญหาในสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อสุขภาพและความรุนแรงŸ  ทักษะการตัดสินใจแก้ปัญหาในสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อสุขภาพ

 ๗.       แสดงวิธีการช่วยฟื้นคืนชีพอย่างถูกวิธีŸ วิธีการช่วยฟื้นคืนชีพอย่างถูกวิธี

อภิธานศัพท์

กลไกของร่างกายที่ใช้ในการเคลื่อนไหว  (Body  Mechanism)

กระบวนการตามธรรมชาติในการเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ  ของร่างกายตามลักษณะโครงสร้าง  หน้าที่  และการทำงานร่วมกันของข้อต่อ  กล้ามเนื้อ  กระดูกและระบบประสาทที่เกี่ยวข้องภายใต้ขอบข่าย   เงื่อนไข   หลักการ  และปัจจัยด้านชีวกลศาสตร์ที่มีผลต่อการเคลื่อนไหว  เช่น               ความมั่นคง  (Stability)  ระบบคาน  (Leverage)  การเคลื่อน  (Motion)  และแรง  (Force)

การเคลื่อนไหวเฉพาะอย่าง  (Specialized  Movement)

การผสมผสานกันระหว่างทักษะย่อยของทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานต่าง ๆ  การออกกำลังกาย  การเล่นเกม  และการเล่นกีฬาต่าง ๆ   ซึ่งมีความจำเป็นสำหรับกิจกรรมทางกาย  เช่น  การขว้างลูกซอฟท์บอล   ต้องอาศัยการผสมผสานของทักษะการสไลด์  (การเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่)  การขว้าง  (การเคลื่อนไหวแบบประกอบอุปกรณ์)  การบิดตัว  (การเคลื่อนไหวแบบไม่เคลื่อนที่)  ทักษะที่ทำบางอย่างยิ่งมีความซับซ้อนและต้องใช้การผสมผสานของทักษะการเคลื่อนไหวพื้นฐานหลาย ๆ   ทักษะรวมกัน

การเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน  (Daily  Movement)

รูปแบบหรือทักษะการเคลื่อนไหวร่างกายในอิริยาบถต่าง ๆ  ที่บุคคลทั่วไปใช้ในการ             ดำเนินชีวิต  ไม่ว่าเพื่อการประกอบกิจวัตรประจำวัน  การทำงาน   การเดินทางหรือกิจกรรมอื่น ๆ  เช่น        การยืน  ก้ม  นั่ง  เดิน  วิ่ง  โหนรถเมล์  ยกของหนัก  ปีนป่าย  กระโดดลงจากที่สูง  ฯลฯ

การเคลื่อนไหวพื้นฐาน  (Fundamental  Movements)

ทักษะการเคลื่อนไหวร่างกายที่จำเป็นสำหรับชีวิตและการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ในการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ   ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  เป็นทักษะที่มีการพัฒนาในช่วงวัยเด็ก  และจะเป็นพื้นฐานสำหรับการประกอบกิจกรรมต่าง ๆ  เมื่อเจริญวัยสูงขึ้น   ตลอดจนเป็นพื้นฐานของการ มีความสามารถในการเคลื่อนไหว  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเล่นกีฬา  การออกกำลังกาย  และการประกอบกิจกรรมนันทนาการ  การเคลื่อนไหวพื้นฐาน  สามารถแบ่งออกได้เป็น  ๓   ประเภท  คือ

๑.  การเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่  (Locomotor   Movement)  หมายถึง  ทักษะการเคลื่อนไหว ที่ใช้ในการเคลื่อนร่างกายจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง  ได้แก่  การเดิน  การวิ่ง  การกระโดด   สลับเท้า  การกระโจน  การสไลด์  และการวิ่งควบม้า  ฯลฯ  หรือการเคลื่อนที่ในแนวดิ่ง   เช่น  การกระโดด   ทักษะการเคลื่อนไหวเหล่านี้เป็นพื้นฐานของการทำงานประสานสัมพันธ์ทางกลไกแบบไม่ซับซ้อน  และเป็นการเคลื่อนไหวร่างกายที่ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่

๒.  การเคลื่อนไหวแบบอยู่กับที่  (Nonlocomotor Movement)  หมายถึง  ทักษะการเคลื่อนไหวที่ปฏิบัติโดยร่างกายไม่มีการเคลื่อนที่ของร่างกาย  ตัวอย่างเช่น  การก้ม  การเหยียด การผลักและดัน  การบิดตัว   การโยกตัว  การไกวตัว   และการทรงตัว  เป็นต้น

๓.  การเคลื่อนไหวแบบประกอบอุปกรณ์  (Manipulative Movement)  เป็นทักษะการเคลื่อนไหวที่มีการบังคับหรือควบคุมวัตถุ  ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการใช้มือและเท้า  แต่ส่วนอื่น ๆ ของร่างกายก็สามารถใช้ได้   เช่น  การขว้าง  การตี  การเตะ  การรับ  เป็นต้น

การจัดการกับอารมณ์และความเครียด  (Emotion  and  Stress  Management)

วิธีควบคุมอารมณ์ความเครียดและความคับข้องใจ  ที่ไม่เป็นอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น      แล้วลงมือปฏิบัติอย่างเหมาะสม  เช่น  ทำสมาธิ  เล่นกีฬา    การร่วมกิจกรรม  นันทนาการ  การคลายกล้ามเนื้อ  (muscle  relaxation)

การช่วยฟื้นคืนชีพ  (Cardiopulmonary  Resuscitation = CPR)

การช่วยชีวิตเบื้องต้นก่อนส่งต่อให้แพทย์ในกรณีผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้น  โดยการนวดหัวใจและผายปอดไปพร้อม ๆ  กัน

การดูแลเบื้องต้น  (First  Care)

การให้การดูแลสุขภาพผู้ป่วยในระยะพักฟื้นและ / หรือการปฐมพยาบาล

การพัฒนาที่ยั่งยืน  (Sustainable  Development)

                การพัฒนาที่เป็นองค์รวมของความเป็นมนุษย์ตามแนวทางของพระธรรมปิฏก (ประยุทธ์ ปยุตโต)  เป็นการพัฒนาที่เป็นบูรณาการ  คือ  ทำให้เกิดเป็นองค์รวมหมายความว่า  องค์ประกอบทั้งหลาย                 ที่เกี่ยวข้อง  จะต้องประสานกันครบทั้งร่างกาย  จิตใจ  อารมณ์  สังคม  และจิตวิญญาณ  และมีดุลยภาพ  สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ

 การละเล่นพื้นเมือง  (Folk  Plays)

กิจกรรมเล่นดั้งเดิมของคนในชุมชนแต่ละท้องถิ่น  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตหรือวิถีชีวิต เพื่อเป็นการผ่อนคลายอารมณ์   ความเครียด   และสร้างเสริมให้มีกำลังกายแข็งแรง สติปัญญาดี    จิตใจเบิกบานสนุกสนาน   อันก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน  และเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม  เช่น   กิจกรรมการเล่นของชุมชนท้องถิ่น  วิ่งเปี้ยว  ชักเย่อ  ขี่ม้าส่งเมือง  ตีจับ  มอญซ่อนผ้า  รีๆข้าวสาร   วิ่งกระสอบ  สะบ้า   กระบี่กระบอง  มวยไทย  ตะกร้อวง  ตะกร้อลอดบ่วง

กิจกรรมเข้าจังหวะ  (Rhythmic  Activities)

การแสดงออกของร่างกาย  โดยการเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ  ของร่างกายให้เข้ากับอัตราความ ช้า – เร็วของตัวโน้ต

กิจกรรมนันทนาการ   (Recreation  Activities)

กิจกรรมที่บุคคลได้เลือกทำหรือเข้าร่วมด้วยความสมัครใจในเวลาว่าง  และผลที่ได้รับเป็นความพึงพอใจ  ไม่เป็นภัยต่อสังคม

กิจกรรมรับน้ำหนักตนเอง  (Weight  Bearing Activities) 

                กิจกรรมการออกกำลังกายที่มีการเคลื่อนไหวบนพื้น  เช่น   การเดิน   การวิ่ง   การกระโดดเชือก   ยิมนาสติก   การเต้นรำหรือการเต้นแอโรบิก    โดยกล้ามเนื้อส่วนที่รับน้ำหนักต้องออกแรงกระทำกับน้ำหนักของตนเองในขณะปฏิบัติกิจกรรม

กีฬาไทย  (Thai  Sports)

กีฬาที่มีพื้นฐานเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของท้องถิ่นและสังคมไทย  เช่น  กระบี่กระบอง   มวยไทย  ตะกร้อ

กีฬาสากล  (International  Sports)

กีฬาที่เป็นที่ยอมรับจากมวลสมาชิกขององค์กรกีฬาระดับนานาชาติให้เป็นชนิดกีฬาที่บรรจุอยู่ในเกมการแข่งขัน  เช่น  ฟุตบอล  วอลเลย์บอล    เทนนิส  แบดมินตัน

เกณฑ์สมรรถภาพทางกาย  (Physical  Fitness  Reference)

ค่ามาตรฐานที่ได้กำหนดขึ้น  (จากการศึกษาวิจัยและกระบวนการสถิติ)  เพื่อเป็นดัชนีสำหรับประเมินเปรียบเทียบว่าบุคคลที่ได้รับคะแนน   หรือค่าตัวเลข  (เวลา จำนวน  ครั้ง  น้ำหนัก  ฯลฯ)   จากการทดสอบสมรรถภาพทางกายแต่ละรายการทดสอบนั้น   มีสมรรถภาพทางกายตามองค์ประกอบดังกล่าวอยู่ในระดับคุณภาพใด  โดยทั่วไปแล้วนิยมจัดทำเกณฑ์ใน  ๒  ลักษณะ  คือ

๑.  เกณฑ์ปกติ  (Norm  Reference)  เป็นเกณฑ์ที่จัดทำจากการศึกษากลุ่มประชากร ที่จำแนกตามกลุ่มเพศและวัย  เป็นหลัก  ส่วนใหญ่แล้วจะจัดทำในลักษณะของเปอร์เซ็นไทล์

๒.  เกณฑ์มาตรฐาน  (Criterion  Reference)  เป็นระดับคะแนนหรือค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ล่วงหน้า  สำหรับแต่ละราย  การทดสอบเพื่อเป็นเกณฑ์การตัดสินว่าบุคคลที่รับการทดสอบ                      มีสมรรถภาพหรือความสามารถผ่านตามเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้หรือไม่  มิได้เป็นการเปรียบเทียบกับบุคคลอื่น ๆ

ความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว  (Movement  Concepts)

ความสัมพันธ์ระหว่างขนาด   จังหวะ  เวลา  พื้นที่  และทิศทางในการเคลื่อนไหวร่างกาย

ความเข้าใจถึงความเกี่ยวข้องเชื่อมโยง   และความพอเหมาะพอดีระหว่างขนาดของแรงที่ใช้ ในการเคลื่อนไหวร่างกายหรือวัตถุ   ด้วยห้วงเวลา  จังหวะและทิศทางที่เหมาะสมภายใต้ข้อจำกัดของพื้นที่ที่มีอยู่  และสามารถแปรความเข้าใจดังกล่าวทั้งหมดไปสู่การปฏิบัติการเคลื่อนไหวในการเล่นหรือแข่งขันกีฬา

ความเสี่ยงต่อสุขภาพ (Health  Risk)

การประพฤติปฏิบัติที่อาจนำไปสู่การเกิดอันตรายต่อชีวิตและสุขภาพของตนเองและผู้อื่น  เช่น  การขับรถเร็ว  การกินอาหารสุก ๆ  ดิบ ๆ  ความสำส่อนทางเพศ  การมีน้ำหนักตัวเกิน  การขาด                    การออกกำลังกาย   การสูบบุหรี่  การดื่มสุรา  การใช้ยาและสารเสพติด

ค่านิยมทางสังคม (Health  Value)

คุณสมบัติของสิ่งใดก็ตาม  ซึ่งทำให้สิ่งนั้นเป็นประโยชน์น่าสนใจ   สิ่งที่บุคคลยึดถือในการตัดสินใจและกำหนดการกระทำของตนเองเกี่ยวกับพฤติกรรมสุขภาพ

คุณภาพชีวิต  (Quality  of  Life)

ความรับรู้หรือเข้าใจของปัจเจกบุคคลที่มีต่อสถานภาพชีวิตของตนเองภายใต้บริบทของระบบวัฒนธรรมและค่านิยมที่เขาใช้ชีวิตอยู่   และมีความเชื่อมโยงกับจุดมุ่งหมาย  ความคาดหวัง   มาตรฐาน  รวมทั้งความกังวลสนใจที่เขามีต่อสิ่งต่าง ๆ  คุณภาพชีวิตเป็นมโนคติที่มีขอบเขตกว้างขวาง  ครอบคลุมเรื่องต่าง ๆ  ที่สลับซับซ้อน  ได้แก่  สุขภาพทางกาย  สภาวะทางจิต  ระดับความเป็นตัวของตัวเอง   ความสัมพันธ์ต่าง ๆ  ทางสังคม  ความเชื่อส่วนบุคคล  และสัมพันธภาพที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม

จิตวิญญาณในการแข่งขัน  (Competitive  Spiritual)

ความมุ่งมั่น  การทุ่มเทกำลังกาย  กำลังใจ  ความรู้  ความสามารถในการแข่งขัน  และร่วมมืออย่างสันติเต็มความสามารถ  เพื่อให้ได้มาซึ่งผลที่ตนเองต้องการ

ทักษะชีวิต (Life  Skills)

เป็นคุณลักษณะหรือความสามารถเชิงสังคมจิตวิทยา  (Psychosocial  Competence)  และเป็นความสามารถทางสติปัญญา   ที่ทุกคนจำเป็นต้องใช้ในการเผชิญสถานการณ์ต่าง ๆ  ที่เกิดขึ้น  ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ  สามารถพัฒนาขึ้นได้ด้วยการฝึกและกระทำซ้ำ ๆ  ให้เกิดความคล่องแคล่ว  เคยชิน   จนเป็นลักษณะนิสัย  ประกอบด้วยทักษะต่าง ๆ  ดังนี้  คือ  การรู้จักตนเอง  เข้าใจตนเองและเห็นคุณค่าของตนเอง  การรู้จักคิดอย่างมีวิจารณญาณและคิดสร้างสรรค์   การรู้จักคิดตัดสินใจและแก้ปัญหา   การรู้จักแสวงหาและใช้ข้อมูลความรู้   การสื่อสารและการสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่น  การจัดการกับอารมณ์และความเครียด  การปรับตัวท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง  การตั้งเป้าหมาย  การวางแผนและดำเนินการตามแผน  ความเห็นใจผู้อื่น   ความรับผิดชอบต่อสังคมและซาบซึ้งในสิ่งที่ดีงามรอบตัว

ธงโภชนาการ (Nutrition Flag)

เป็นเครื่องมือที่ช่วยอธิบายและทำความเข้าใจโภชนบัญญัติ ๙ ประการ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ โดยกำหนดเป็นภาพ “ธงปลายแหลม” แสดงกลุ่มอาหารและสัดส่วนการกินอาหารในแต่ละกลุ่ม    มากน้อยตามพื้นที่  สังเกตได้ชัดเจนว่า ฐานใหญ่ด้านบนเน้นให้กินมากและปลายธงข้างล่างบอกให้กินน้อย ๆ   เท่าที่จำเป็นโดยมีฐานมาจากข้อปฏิบัติการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย หรือ     โภชนบัญญัติ ๙ ประการ  คือ

๑.      กินอาหารครบ ๕ หมู่ แต่ละหมู่ให้หลากหลายและหมั่นดูแลน้ำหนักตัว

๒.    กินข้าวเป็นอาหารหลักสลับกับอาหารประเภทแป้งเป็นบางมื้อ

๓.     กินพืชผักให้มากและกินผลไม้เป็นประจำ

๔.     กินปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ และถั่วเมล็ดแห้งเป็นประจำ

๕.     ดื่มนมให้เหมาะสมตามวัย

๖.      กินอาหารที่มีไขมันแต่พอควร

๗.     หลีกเลี่ยงการกินอาหารรสหวานจัด และเค็มจัด

๘.     กินอาหารที่สะอาด ปราศจากการปนเปื้อน

๙.      งดหรือลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

 น้ำใจนักกีฬา  (Spirit)

เป็นคุณธรรมประจำใจของการเล่นร่วมกัน   อยู่ร่วมกัน    และมีชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคม  ได้อย่างปกติสุขและมีประสิทธิภาพ  พฤติกรรมที่แสดงถึงความมีน้ำใจนักกีฬา เช่น  การมีวินัย    เคารพกฎกติกา    รู้แพ้   รู้ชนะ  รู้อภัย

บริการสุขภาพ  (Health  Service)

บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขทั้งของรัฐและเอกชน

ประชาสังคม  (Civil  Society)

เครือข่าย  กลุ่ม  ชมรม  สมาคม  มูลนิธิ  สถาบัน  องค์กร  หรือชุมชนที่มีกิจกรรม   การเคลื่อนไหวทางสังคม   เพื่อประโยชน์ร่วมกันของกลุ่ม

ผลิตภัณฑ์สุขภาพ (Health  Products)

ยา  เครื่องสำอาง  อาหารสำเร็จรูป  เครื่องปรุงรสอาหาร  อาหารเสริม  วิตามิน

พฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ  (Sex  Abuse)

การประพฤติปฏิบัติใด ๆ ที่ไม่เป็นไปตามธรรมชาติทางเพศตนเอง  เช่น  มีจิตใจรักชอบในเพศเดียวกัน  การแต่งตัวหรือแสดงกิริยาเป็นเพศตรงข้าม

พฤติกรรมสุขภาพ (Health  Behaviour)

การปฏิบัติหรือกิจกรรมใด ๆ  ในด้านการป้องกัน  การสร้างเสริม  การรักษาและการฟื้นฟูสุขภาพ  อันมีผลต่อสภาวะทางสุขภาพของบุคคล

พฤติกรรมเสี่ยง  (Risk  Behaviour)

รูปแบบจำเพาะของพฤติกรรม  ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่า  มีความสัมพันธ์กับการเพิ่มโอกาส      ที่จะป่วยจากโรคบางชนิดหรือการเสื่อมสุขภาพมากขึ้น

พลังปัญญา  (Empowerment)

กระบวนการสร้างเสริมศักยภาพแก่บุคคลและชุมชนให้เป็นผู้สนใจใฝ่รู้  และมีอำนาจในการคิด  การตัดสินใจ  การแก้ปัญหาด้วยชุมชนเองได้เป็นส่วนใหญ่  นอกจากนั้นบุคคลและชุมชน    ยังสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพให้อยู่ในสภาพที่เอื้อต่อการสร้างเสริมและพัฒนาสุขภาพ

ภาวะทุพโภชนาการ (Malnutrition)

การขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก  ทำให้มีผลกระทบต่อสุขภาพ

 ภาวะผู้นำ  (Leadership)

การมีคุณลักษณะในการเป็นหัวหน้า  สามารถชักชวนและชี้นำสมาชิกในกลุ่มร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติงานให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

 ภูมิปัญญาไทย  (Thai  Wisdom)

สติปัญญา  องค์ความรู้และค่านิยมที่นำมาใช้ในการดำเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสม   เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์  ความรู้แขนงต่าง ๆ  ของบรรพชนไทยนับแต่อดีต   สอดคล้องกับวิถีชีวิต   ภูมิปัญญาไทย  จึงมีความสำคัญต่อการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย            ทั้งด้านเศรษฐกิจ  สังคม

ลักษณะของภูมิปัญญาไทย  มีองค์ประกอบต่อไปนี้

๑.  คติ   ความเชื่อ  ความคิด  หลักการที่เป็นพื้นฐานขององค์ความรู้ที่เกิดจากสั่งสมถ่ายทอดกันมา

๒.  ศิลปะ  วัฒนธรรม  และขนบธรรมเนียมประเพณี

๓.  การประกอบอาชีพในแต่ละท้องถิ่นที่ได้รับการพัฒนาให้เหมาะสมกับสมัย

๔.  แนวคิด  หลักปฏิบัติ  และเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่นำมาใช้ในชุมชน  ซึ่งเป็นอิทธิพลของความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ตัวอย่างภูมิปัญญาไทยที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ  เช่น   การแพทย์แผนไทย  สมุนไพร  อาหารไทย  ยาไทย  ฯลฯ

 แรงขับทางเพศ  (Sex  Drive)

แรงขับที่เกิดจากสัญชาตญาณทางเพศ

 ล่วงละเมิดทางเพศ  (Sexual  Abuse)

การใช้คำพูด  การจับ  จูบ  ลูบ  คลำ และ / หรือร่วมเพศ  โดยไม่ได้รับการยินยอมจาก                 ฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะกับผู้เยาว์

 สติ  (Conscious)

ความรู้สึกตัวอยู่เสมอในการรับรู้สิ่งต่าง ๆ   การให้หลักการและเหตุผลในการป้องกัน  ยับยั้งชั่งใจ  และควบคุมตนเองเพื่อไม่ให้คิดผิดทาง  ไม่หลงลืม   ไม่เครียด  ไม่ผิดพลาด   ก่อให้เกิดพฤติกรรมที่ถูกต้องดีงาม

สมรรถภาพกลไก (Motor  Fitness) หรือสมรรถภาพเชิงทักษะปฏิบัติ  (Skill -  Related  Physical  Fitness)

ความสามารถของร่างกายที่ช่วยให้บุคคลสามารถประกอบกิจกรรมทางกาย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเล่นกีฬาได้ดี  มีองค์ประกอบ  ๖  ด้าน  ดังนี้

๑.  ความคล่อง  (Agility)  หมายถึง  ความสามารถในการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วและสามารถควบคุมได้

๒.  การทรงตัว  (Balance)  หมายถึง  ความสามารถในการรักษาดุลของร่างกายเอาไว้ได้              ทั้งในขณะอยู่กับที่และเคลื่อนที่

๓.  การประสานสัมพันธ์  (Co – ordination)  หมายถึง  ความสามารถในการเคลื่อนไหวได้อย่างราบรื่น  กลมกลืน  และมีประสิทธิภาพ  ซึ่งเป็นการทำงานประสานสอดคล้องกันระหว่างตา-มือ-เท้า

๔.  พลังกล้ามเนื้อ  (Power)  หมายถึง  ความสามารถของกล้ามเนื้อส่วนหนึ่งส่วนใดหรือ         หลาย ๆ   ส่วนของร่างกายในการหดตัวเพื่อทำงานด้วยความเร็วสูง   แรงหรืองานที่ได้เป็นผลรวมของความแข็งแรงและความเร็วที่ใช้ในช่วงระยะเวลานั้น ๆ  เช่น  การยืนอยู่กับที่  กระโดด  การทุ่มน้ำหนัก เป็นต้น

๕.  เวลาปฏิกิริยาตอบสนอง (Reaction time) หมายถึง ระยะเวลาที่ร่างกายใช้ในการตอบสนองต่อสิ่งเร้าต่าง ๆ  เช่น  แสง  เสียง  สัมผัส

๖.  ความเร็ว  (Speed)  หมายถึง    ความสามารถในการเคลื่อนที่จากที่หนึ่งไปยังอีกหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว

สมรรถภาพทางกาย (Physical  Fitness)

ความสามารถของระบบต่าง ๆ  ของร่างกาย  ในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล  บุคคลที่มีสมรรถภาพทางกายดีนั้นจะสามารถประกอบกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้อย่างกระฉับกระเฉง   โดยไม่เหนื่อยล้าจนเกินไปและยังมีพลังงานสำรองมากพอ  สำหรับกิจกรรมนันทนาการหรือกรณีฉุกเฉิน  ในปัจจุบันนักวิชาชีพด้านสุขศึกษาและพลศึกษาได้เห็นพ้องต้องกันว่า  สมรรถภาพทางกายสามารถจัดกลุ่มได้เป็นสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพ (Health – Related  Physical Fitness)   และหรือสมรรถภาพกลไก  (Motor  Fitness)   สมรรถภาพเชิงทักษะปฏิบัติ  (Skill – Related  Physical  Fitness)

สมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพ  (Health – Related  Physical  Fitness)

ความสามารถของระบบต่าง ๆ  ในร่างกายประกอบด้วย  ความสามารถเชิงสรีรวิทยาด้านต่าง ๆ  ที่ช่วยป้องกันบุคคลจากโรคที่มีสาเหตุจากภาวะการขาดการออกกำลังกาย  นับเป็นปัจจุบันหรือตัวบ่งชี้สำคัญของการมีสุขภาพดี  ความสามารถหรือสมรรถนะเหล่านี้  สามารถปรับปรุงพัฒนาและคงสภาพได้  โดยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ  สมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพมีองค์ประกอบดังนี้

๑.  องค์ประกอบของร่างกาย  (Body Composition)  ตามปกติแล้วในร่างกายมนุษย์ประกอบด้วย  กล้ามเนื้อ   กระดูก  ไขมัน  และส่วนอื่น ๆ   แต่ในส่วนของสมรรถภาพทางกายนั้น  หมายถึง  สัดส่วนปริมาณไขมันในร่างกายกับมวลร่างกายที่ปราศจากไขมัน  โดยการวัดออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ไขมัน (%  fat)  ด้วยเครื่อง

๒.  ความทนทานของระบบไหลเวียนโลหิต  (Cardiorespiratory  Endurance)  หมายถึง  สมรรถนะเชิงปฏิบัติของระบบไหลเวียนโลหิต  (หัวใจ  หลอดเลือด)  และระบบหายใจในการลำเลียงออกซิเจนไปยังเซลล์กล้ามเนื้อ  ทำให้ร่างกายสามารถยืนหยัดที่จะทำงานหรือออกกำลังกายที่ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่เป็นระยะเวลายาวนานได้

๓.  ความอ่อนตัวหรือความยืดหยุ่น  (Flexibility)  หมายถึง  พิสัยของการเคลื่อนไหวสูงสุดเท่าที่จะทำได้ของข้อต่อหรือกลุ่มข้อต่อ

๔.  ความทนทานหรือความอดทนของกล้ามเนื้อ  (Muscular Endurance)  หมายถึง  ความสามารถของกล้ามเนื้อมัดใดมัดหนึ่งหรือกลุ่มกล้ามเนื้อ  ในการหดตัวซ้ำ ๆ เพื่อต้านแรงหรือความสามารถในการคงสภาพการหดตัวครั้งเดียวได้เป็นระยะเวลายาวนาน

๕.  ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ  (Muscular  Strength)  หมายถึง  ปริมาณสูงสุดของแรง            ที่กล้ามเนื้อมัดใดมัดหนึ่งหรือกลุ่มกล้ามเนื้อสามารถออกแรงต้านทานได้   ในช่วงการหดตัว  ๑  ครั้ง

สุขบัญญัติแห่งชาติ  (National  Health  Disciplines)

ข้อกำหนดที่เด็กและเยาวชน  ตลอดจนประชาชนทั่วไป  พึงปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ จนเป็นสุขนิสัย  เพื่อให้มีสุขภาพดีทั้งร่างกาย  จิตใจ  และสังคม  ซึ่งกำหนดไว้  ๑๐  ประการ ดังนี้

๑.      ดูแลรักษาร่างกายและของใช้ให้สะอาด

๒.    รักษาฟันให้แข็งแรงและแปรงฟันทุกวันอย่างถูกต้อง

๓.     ล้างมือให้สะอาดก่อนกินอาหารและหลังการขับถ่าย

๔.     กินอาหารสุก สะอาด  ปราศจากสารอันตราย  และหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด                  สีฉูดฉาด

๕.     งดบุหรี่  สุรา  สารเสพติด  การพนัน  และการสำส่อนทางเพศ

๖.      สร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวให้อบอุ่น

๗.     ป้องกันอุบัติภัยด้วยการไม่ประมาท

๘.     ออกกำลังกายสม่ำเสมอและตรวจสุขภาพประจำปี

๙.      ทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใสอยู่เสมอ

๑๐.  มีสำนึกต่อส่วนรวม  ร่วมสร้างสรรค์สังคม

สุขภาพ  (Health)

สุขภาวะ  (Well – Being หรือ  Wellness)  ที่สมบูรณ์และเชื่อมโยงกันเป็นองค์รวมอย่างสมดุลทั้งมิติทางจิตวิญญาณ  (มโนธรรม)  ทางสังคม  ทางกาย  และทางจิต  ซึ่งมิได้หมายถึงเฉพาะความ          ไม่พิการและความไม่มีโรคเท่านั้น

สุนทรียภาพของการเคลื่อนไหว  (Movement  Aesthetic)

ศิลปะและความงดงามของท่วงท่าในการเคลื่อนไหวร่างกายในอิริยาบถต่าง ๆ  ซึ่งเป็นผลมาจากความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบท่าทางการเคลื่อนไหวและการฝึกฝนจนเกิดความชำนาญ  สามารถแสดงออกมาเป็นความกลมกลืนและต่อเนื่อง

แอโรบิก  (Aerobic)

กระบวนการสร้างพลังงานแบบต้องใช้อากาศ  ซึ่งในที่นี้  หมายถึง  ออกซิเจน  (Aerobic -energe  delivery)   ในการสร้างพลังงานของกล้ามเนื้อ   เพื่อทำงานหรือเคลื่อนไหว นั้น  กล้ามเนื้อจะมีวิธีการ  ๓  แบบที่จะได้พลังงานมา

แบบที่ ๑  เป็นการใช้พลังงานที่มีสำรองอยู่ในกล้ามเนื้อซึ่งจะใช้ได้ในเวลาไม่เกิน   ๓  วินาที

แบบที่ ๒  การสังเคราะห์พลังงานโดยไม่ใช้ออกซิเจน  (Anaerobic  energy  delivery)                  ซึ่งใช้ได้ไม่เกิน  ๑๐  วินาที

แบบที่ ๓  การสังเคราะห์สารพลังงาน  โดยใช้ออกซิเจน  ซึ่งจะใช้พลังงานได้ระยะเวลานาน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: